2/29/2012

โครงการเชิญชวน "ลุยสวน"

สืบเนื่องจาก “ฤดูผลไม้” ที่กำลังใกล้เข้ามา เป็นปกติที่ทุกๆ ปีผมจะลงตะวันออกไปช่วยพ่อกับแม่เก็บผลไม้ที่บ้านสวน (อ. คลองนารายณ์ จ. จันทบุรี) ซึ่งบางคนที่สนิทรักใคร่กันก็จะถามไถ่ด้วยความห่วงใยแกมอยากรู้ว่าหายไปไหนอยู่ได้ในช่วงนี้ทุกปีๆ และด้วยที่ว่าช่วงหลังๆ มานี่ผมเองนั้นมีความคิดว่าอยากจะจัดทริปของตัวเองขึ้นมาบ้างด้วย

ทีนี้กับทริปแรกที่อยากจะจัดก็เลยคิดอย่างง่ายๆ เข้าไว้ก่อนว่าคงไม่มีสถานที่ไหนที่จะเหมาะสมไปกว่า “บ้าน” ของตัวเองอีกแล้ว จึงคุยกันเป็นมั่นเป็นเหมาะกับที่บ้านว่าแทนที่จะเก็บกันเองเหมือนเดิมแต่เก่าก่อน ปีนี้ขอเป็นรูปแบบใหม่ๆ กันดีมั๊ย เรามาลองร่วมด้วยช่วยกันเก็บจะดีกว่าไหม

คุณๆ ได้เที่ยว ผมและที่บ้านได้งาน : )

จึงใคร่อยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ที่น่ารักทุกๆ ท่านได้มาท่องเที่ยว “บ้านสวน” ของผมเอง มาลองเยี่ยมชมวิถีชาวสวนผลไม้ในแบบบ้านๆ ที่ “เป็นอยู่” และ “เป็นไป” กัน ร่วมแบ่งปันเรื่องราวนานา และใช้จ่ายวันเวลาด้วยกัน กินนอนกันแบบง่ายๆ ที่บ้านผม ช่วงสายๆ ของวันดีๆ จะพาลุยสวนไปเก็บผลไม้กันพอหอมปากหอมคอ โดยจะเน้นไปที่ “มังคุด” ราชินีแห่งผลไม้อันมีอยู่มากมายเป็นหลักก่อน ส่วนหากสัปดาห์ไหนจังหวะดีมีเงาะ ลองกอง หรือทุเรียนเก็บเกี่ยวได้ ก็จะจัดสรรให้ด้วยความยินดี

หรือหากท่านมีเรี่ยวแรงที่เหลือเฟือ จะไปเยี่ยมชมการกรีดยางพาราของชาวบ้านในช่วงดึกของทุกๆ วันก็จะเป็นผู้นำพาไปให้ตามเสียงเรียกร้อง (ถ้ามีนะ)
อยากชมตลาดเช้าชาวบ้านก็จะชวนปั่นจักรยานพากันไป
หรือว่าหากอาทิตย์ไหนตรงกับวันพระพอดีก็พร้อมจะจัดสรรอาหารหวานคาวแล้วพาไปเข้าวัดทำบุญให้อิ่มเอมจิตใจกันไป

ส่วนเวลานอกจากนั้น ใครใคร่น้ำตก ใครต้องการทะเล หรือเดินเล่นย่านชุมชนเก่าริมน้ำ ก็เรียนเชิญตามสบายครับ


(ภาพถ่ายโดยน้องชาย พ่อเป็นนายแบบ)

++++++++++++++++


กำหนดการ
กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำในช่วงต้นเมษาฯ ถึงต้นมิถุนาฯ
รวมระยะเวลา 2 เดือนเศษๆ ในทุกๆ สุดสัปดาห์

31 มีนา - 1 เมษา (Pre Trip)
6 – 7 – 8 – 9 เมษายน นี้เป็นสัปดาห์แรก ...
(4 วัน รวมวันจักรีและวันหยุดพิเศษ)
21 – 22 เมษา
28 – 29 เมษา

5 – 6 – 7 พฤษภา ...
(3 วัน รวมชดเชยวันฉัตรมงคล)
12 – 13 พฤษภา
19 – 20 พฤษภา
26 – 27 พฤษภา

และ 2 – 3 – 4 มิถุนายน ...
(3 วัน รวมวันวิสาขบูชา) อันเป็นสัปดาห์สุดท้าย

นับรวมแล้วได้ 9 สัปดาห์ (เว้นสัปดาห์หยุดสงกรานต์)
ส่วนในรายละเอียดของแต่ละสัปดาห์จะค่อยๆ ทยอยมาบอกกล่าวกันอีกครั้งเป็นแต่ละสัปดาห์ไปหลังจากนี้ทางอีเมลและหน้าอีเวนต์ชื่อ “ลุยสวน” ในเฟสบุ๊ก
(เพราะคาดว่าตารางเวลาจะไม่ตายตัว และมีแนวโน้มว่าจะยืดหยุ่นมาก)

การเดินทาง
1. สามารถนั่งรถทัวร์โดยสาร “กรุงเทพฯ – จันทบุรี” จากเอกมัยมาได้
(ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ราคา 187 บาท)
2. หรือนั่งรถตู้โดยสารจาก “กรุงเทพฯ – จันทบุรี” จากอนุสาวรีย์ฯ มาก็ได้
(ใช้เวลา 3 ชั่วโมงเศษๆ ราคา 180 บาท)
3. หากปรารถนา จะมารถส่วนตัวก็ย่อมได้ จากกรุงเทพฯ ขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีตรงเข้าชลบุรี เลี้ยวเข้าระยอง วิ่งผ่านแกลง เลี้ยวซ้ายเบาๆ ที่แยกสามย่าน แล้วจึงตรงยาวเข้าจันท์ สามารถโทร.มาสอบถามเส้นทางได้ตลอดเวลา (ใช้เวลา 3 ชั่วโมงนิดๆ ถ้าขับปกติ)

ค่าใช้จ่าย
กินอยู่อย่างชาวสวนนั้นไซร้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
แค่เตรียม'ตังค์ไว้กับค่าเดินทางมา “ลุยสวน” กันก็พอ

คำแนะนำเพิ่มเติม
1. ทริปนี้เน้นเข้าสวนโดยเฉพาะ จึงไม่เน้นท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ นัก
แต่อาจดูความลงตัวกันอีกครั้งหนึ่ง
2. ทริปนี้เป็นทริปแรกที่จัด คุณอาจจะพบกับความขาดตกบกพร่องอย่างมากมายจนน่าใจหาย

วิธีสมัคร
1. เช็คกับตัวเองว่าโอเคกับรายละเอียดด้านบนและทนแดดทนฝนพอใช้
2. แต่ละสัปดาห์นั้นรับทั้งหมดไม่เกิน 7 - 8 ท่าน
3. ส่งอีเมลแจ้งความประสงค์ พร้อมเบอร์โทร มาที่ 1306ix@gmail.com ก่อนวันพุธของในแต่ละสัปดาห์
5. สงสัยประการใดก็ถามได้ทางคอมเมนต์ด้านล่าง หรือ 1306ix@gmail.com
หรือ facebook.com/1306ix ใครยังไม่ได้เพิ่มเป็นเพื่อนก็ Add มานะ
ถ้าเร่งด่วนก็ 081-377-1037 เลย

*หากสนใจแล้วกรุณาอย่ารอท่า รีบชวนกันมาร่วมกิจกรรมดีๆ นี้ด้วยกันเอย

ขอขอบคุณด้วยไมตรี

2/14/2012

The Second Marathon Attack


ถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงกรุงเทพฯ มาราธอนครั้งแรก-- 10 กิโลครั้งที่ 2
เวลาดีกว่าครั้งก่อนที่วิ่งที่อยุธยาเมื่อปีกลาย 10 นาที
เช่นเคย-- 6 กิโลแรกยอดเยี่ยม พลังใจและกายเต็มเปี่ยม
แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีโอเปร่าจากขาทั้งสอง
กล้ามเนื้อกรีดร้องดังเคย ก็เลยเดินวิ่งดูวิวไปเรื่อยๆ แทน
เส้นสายหลายสิบบนสะพานพระรามแปดสวยงามในยามต้องแดดเช้า
บ้านช่องร้านรวงย่านนั้นยังสะลึมสะลือดูน่ารักไปอีกแบบ
จิบน้ำเย็นตามจุดแจก ชิมแตงโมที่ชาวบ้านใจดีนำมาเสนอ
ป้ายแปะมือกับเด็กๆ ที่มายืนเรียงรายทางให้กำลังใจ
กักเก็บเรี่ยวแรงไว้ใส่กับใน 2 กิโลสุดท้าย

ส่วนต่าง 10 นาทีที่ลดลงกับเวลาชั่วโมงกว่านั้นไม่ใคร่ดีนักก็จริง
แต่ว่าความรู้สึกยังเหมือนเดิมเวลาวิ่ง
คือไม่เลวเลย

^__^

.........

ป.ล. คราวนี้ได้เหรียญที่เป็นเหรียญซะทีนะลิลลี่

2/09/2012

Inter (rest) sections


ช่างเป็นสี่แยกที่น่าสนใจอะไรอย่างนี้หนอ!

เพราะความตื่นเต้นจะมาเยือนทันทีที่คุณโผล่พ้นขึ้นมาจากรถไฟฟ้าใต้ดิน
คุณจะเจอะเจอบรรดาพี่วินมอเตอร์ไซค์สายพานซูชิไข่กุ้งที่ตรงแยกนั้น
(ไม่มีใครบอก— ผมตั้งชื่อเรียกนั่นของผมเอง)
ยิ่งในชั่วโมงเร่งด่วน พวกพี่วินฯสายพานที่นี่วิ่งกันตาลายตาเหลือกกันเลยทีเดียว

หากละความน่าสนใจของพี่วินฯ ไปได้ แล้วลองพิจารณามองโดยรอบให้ถ้วนถี่
คุณอาจจะพบสัจธรรมแห่งมหานครเมืองฟ้าอมรที่สี่แยกนี้ก็เป็นได้

มุมฝั่งหนึ่งใต้ต้นศรีมหาโพธิ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์เป็นชุมทางมาช้านาน
อันมีรถไฟฟ้าใต้ดิน มีวินฯ มอ'ไซค์ มีคิวรถสองแถว รวมถึงจุดจอดแท็กซี่
ทั้งอีกใกล้ๆ กันนั้นก็ยังมีป้ายจุดจอดรถโดยสารประจำทางด้วย

นั่น— มุมฝั่งนั้นเป็นคอนโดหรูสนนราคาค่าห้องหลายแสนหลายล้าน
เป็นห้องชุดชนิดที่ว่าลำพังเพียงคนมีสตางค์อย่างเดียวคงซื้อไม่ได้

โน่น— มุมฝั่งโน้นเป็นศาลพระพิฆเนศ ศูนย์รวมแห่งความเชื่อความศรัทธา
และในเพลาค่ำก็จะปรากฎแม่หมอ พ่อหมอต่างๆ มาตั้งโต๊ะทำนายทายทัก

และอีกมุมฝั่งสุดท้าย ฝั่งของท่านชายทั้งหลาย
ฝั่งนี้ไม่คุ้นชินกับกลิ่นกลางวันนัก แต่ในยามราตรี บรรดาหมอสมัยใหม่หน้าแฉล้มก็จะกรีดกรายออกมาเฉิดฉายให้ท่านชายได้เชยชมกันจนฟ้าสาง

มหานครแท้ก๋า.. แยกรัชดา—ห้วยขวาง

1/26/2012

My Big Fat Jeab Wedding ^ , ^



พี่เจี๊ยบกำลังจะลั่นระฆังวิวาห์ต้นมีนา
เลยชวนเรากับ djbeing ไปช่วยถ่าย Pre-Wedding ให้หน่อย
บอกตามตรงว่าไม่ถนัดนัก ทำให้ต้องทำการบ้านกันนิดนึง
แต่หลังจากถ่ายเสร็จแล้ว โดยรวมก็เป็นที่น่าพอใจ

หนึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้และตระหนักจากงานนี้ก็คือ
กับบางงาน ผู้ช่วยนั้นสำคัญมาก สำคัญจริงๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
งานๆ นั้นอาจจะลุล่วงหรือล้มเหลวก็อยู่ที่ผู้ช่วยหรือทีมงานนั่นเอง
โดยเฉพาะทีมงานที่พูดจาภาษาเดียวกันนี่สำมะคัญนักแล

Thanks for all ; - )

1/18/2012

excuse

“ขอโทษนะ ผมเป็นตำรวจ”
ผมเหลียวหันมองไปตามต้นสายของเสียงที่ว่า
คุณคุ้นๆ กันบ้างไหม ไม่เป็นไร ไม่ได้สลักสำคัญอะไร บางคนอาจจะไม่เข้าใจ นั่นเป็นเพราะเรามี ‘ขอบเขตแห่งการอ้างอิง’ (Field of reference) แตกต่างกันไป แต่ผมไม่เคยลืม กับประโยคแคลาสสิกที่ชื่นชอบอันโด่งดังของ Infernal Affairs จากปากเฮียเหลียงฯ ตอนที่เฮียเขาพูดออกไปในฉากใกล้จบของเรื่องนั้นยังคงสถิตติดอยู่ในใจ

จะว่าไปผมค่อนข้างมั่นใจทีเดียวว่าพี่เขา (พี่คนพูด— กลับมาที่พี่คนที่พูดกับผมแล้วนะ) เป็นตำรวจของจริงขนานแท้ อิงเอาจากแผ่นป้ายทะเบียนสีกากีมีตราโล่ท้ายพาหนะที่พี่เขาขี่มาแผ่นนั้น คือถ้าพี่เขาไม่ใช่ผู้ร้ายที่อุตริริขโมยรถจักรยานยนต์คุณตำรวจตัวจริงเสียงจริงเขามา ก็หมายความว่าพี่เขา (เองนั่นแหละน่าจะ) เป็นตำรวจตัวจริงเสียงจริงจริงๆ อย่างที่บอก

เดี๋ยวสิ! นี่อะไร! เปล่านะ! ผมไม่ได้เป็นสายให้ใครนะ ไม่เคยฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่เคยไปฆ่าแกงหรือจี้ปล้นใคร ไม่เคยทำร้ายร่างกายใครนอกจากตัวเอง
โอเค— อาจมีบ้างที่เมาแล้วต้องกลับบ้านจึงจำเป็นต้องขับยวดยานยนต์ แต่นั่นมันก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อยครั้งมาก

“เพื่อนอสุจิ๋ว”
พี่ชายร่างกายกำยำพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในวลีบอกเล่าธรรมดาๆ แต่ใส่เครื่องหมายคำถามมาด้วยบนใบหน้าที่ขรึมเข้มคมคายเหมือนนายทองเหม็น
หนึ่งในวีรบุรุษผู้หาญกล้าจากบางระจัน

“ครับ” คำเดียวที่หลุดรอดออกจากปากผมไป

“ทีมเดียวกัน”
พี่เขาพูดอีกทีในรูปแบบเดิมด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด
ทว่าแต่รอบนี้มีแอบโยนรอยยิ้มส่งตามท้ายมาด้วย พร้อมกับนิ้วมือที่ชี้ไปมาๆ ทางผมและพี่เขาอันอ่านออกได้ประมาณว่า ‘เหมือนกัน’ หรือ ‘พวกเดียวกัน’

“อ๋อ......ครับ”

ความโปร่งโล่งก่อเกิดขึ้นภายในอกผมทันใด อารมณ์คลายๆ ตอนลุ้นอ่านค่าชุดเครื่องมือตรวจการตั้งครรภ์แล้วพบว่าผลออกมาเป็นลบ ไม่ปรากฎเส้นแถบเพิ่ม โอละพ่อ— เพื่อน ‘ไอ้จิ๋ว’ นี่เอง ข้าราชการตำรวจไทยเราไม่ค่อยชำนาญในเรื่องการติดต่อสื่อสารจริงๆ ด้วยนั่นแหละ
แหม...ไอ้เราก็คิดฟุ้งเป็นคุ้งเป็นแควไปถึงไหนต่อไหน จริงสิ— มันเป็นตำรวจ และมันก็ส่งเทียบเชิญชวนผมมาเตะบอลกับพวกเพื่อนๆ มันทางเฟสบุ๊ก จึงเป็นเหตุให้ผมต้องมายืนรออย่างโดดเดี่ยวในซอยเปลี่ยวอยู่คนเดียวเช่นนี้ เล่นเอาเสียตกอกตกใจหมด ขี้ตกใจไม่น้อยนะเรา ฮ่าๆ ๆ มันเป็นตำรวจ พวกเพื่อนมันก็น่าจะเป็นตำรวจสินะ ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ

.........

ถึงจะเหนื่อยแท้ แต่ก็สนุกจริง วันนั้นผมขอตัวกลับก่อนเพราะเดี๋ยวจะดึก แต่ดันสะเพร่าลืมกระเป๋าหิ้วทิ้งไว้ที่สนาม จึงเคาะข้อความไปถามคุณอสุจิ๋วมันทางเฟสฯ (I love Facebook and I play always) ว่ามีใครได้เก็บไว้ให้บ้างหรือเปล่า แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะสภาพมันก็ย่ำแย่เสียเหลือเกินที่จะเยียวยาแล้ว จะได้ถือโอกาสซื้อใหม่พร้อมกับสตั๊ดที่พังไปวันนั้นเสียเลย

แล้วคำตอบอันชวนชื่นหัวใจที่มันเคาะแป้นพิมพ์ส่งกลับมาสั้นๆ แต่ได้ใจความหนักหน่วงเหมือนกับคุณพี่เขาคนนั้น— นายทองเหม็น— เพื่อนมัน ก็คือ...
‘ค่าไถ่’

ผมเคาะกลับไป
‘ขอโทษนะ ไหนเพื่อนมึงบอกว่าพวกมึงเป็นตำรวจ แสรดดด’

12/30/2011

จดหมายจากมังกร

ถึงคุณพี่ 1306ix

ตื่นเช้าขึ้นมาวันนี้ จู่ๆ หนูก็มีอะไรอยากจะบอก
จำฉบับแรกที่เคยเขียนบอกพี่ได้ไหมคะ
ว่าหนูเจอพี่แล้ว คิดถึงแฟนคนแรก
เมื่อวันก่อนตอนเราได้คุยกันอีกครั้ง ความรู้สึกนี่ก็ยังเป็นอยู่

แฟนคนแรกของหนูเป็นคนสุรินทร์ถิ่นปราสาทหินค่ะ เขาเป็นคนง่ายๆ ยิ้มหวาน หวานแบบหวานผ่าซากน่ะคะ แล้วพอบทจะหวานก็หวานซ้าาา
อ้อ! อีกอย่างเขาก็เป็นคนตลกหน้าตายด้วยล่ะ ฮ่าๆๆ
เขาเป็นคนมองเห็นคุณค่าในตัวผู้หญิงคนนี้ จากสิ่งที่เป็น
ไม่ใช่จากรูปกาย หน้าตา หรือว่าฐานะ
เขารักหนูที่เป็นหนู เป็นหนูที่ไม่ได้ตกแต่งประดับประดา
แต่เป็นหนูที่ร่าเริงและสร้างรอยยิ้มให้เขา

ไม่รู้ว่าบอกพี่ตอนนี้จะดูสายเกินไปหรือเปล่านะคะ
แต่หนูอยากรู้จักกับพี่ตั้งแต่ตอนที่เราได้คุยกันในการเดินทางคราวนั้น
แต่ติดปัญหาตรงที่พี่มีคนรักแล้ว...
และหนูว่าการเดินตามใครมันเหนื่อย
แค่ได้มองเห็นคนๆ หนึ่งจากมุมที่เรายืนอยู่ แค่นี้ก็โอเคนะคะ นะคะ เจอะกันสักแป็บนึง... (เอ่อ.. มุกหนูพอใช้ได้ไหมคะ)

นอกจากจะชอบมองดูรูปถ่ายของพี่ อ่านสิ่งที่พี่เขียนแล้วชอบ จนต้องไปหาซื้อหนังสือของพี่ที่เข้าข่ายของป่าหายากไปแล้วมาจนได้ หนูยังชอบกิจกรรมง่ายๆ ที่จันทบุรีของพี่ด้วย พี่เป็นแฟมิลี่แมน รักครอบครัว จริงๆ นะ หนูรู้สึกได้
ถึงแม้หนูอาจจะรู้สึกช้าไปหน่อย เพราะหนูเป็นคนไม่ค่อยมองคนที่ลักษณะภายนอก การสัมผัสเข้าถึงและเพิ่งรู้สึกก็เลยจะนาน ทำให้หนูมาช้าไปเสมอ
แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ

สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ ดีใจมากที่เจอแล้ว กับคนแบบนี้
อยากให้รับหนูไว้เป็นเพื่อนรุ่นน้องสักคน
หนูไม่งอแง (แค่เผลอไผลกินเก่งไปบ้างบางมื้อ) ร่าเริงและชอบดูหนังค่ะ
ปีหน้าฟ้าใหม่เราคงได้เจอกันนะคะ

โอเคนะคะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

^__^

มังกร


.........
.........
.........


ขอบคุณสำหรับจดหมายนะครับ
และขอบคุณจริงๆ กับความรู้สึกที่เขียนมาถึงกัน
ขอให้น้องมีความสุขความเจริญ
สุขภาพแข็งแรง ทั้งกายใจ
สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ น้องมังกร

1306ix