10/27/2009

ตุลา - คารวะ

คุณนู๋ และร้าน Brunch Coffee & Bakery สำหรับผนังปูนเปลือยที่ช่วยปลดปล่อยปริศนาแห่ง "เย่โล่" / พี่เหน่ง และน้องๆ ที่ร้าน "ไหน" สำหรับคำแนะนำนิ่งๆ และความคิดเห็นแนวๆ / djbeing, ตากล้องสายแชท, co7de, tidsee, choice, hs2uje, oFFing, focus - 32 และสมาชิก CHANPIX's ทุกท่าน / พี่นิศ และร้านร่มทองหลาง สำหรับค่ำคืนมหัศจรรย์คืนนั้น มันเสนาะมาก โดยเฉพาะเสียงไวโอลิน / ทุกๆ ท่านที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมนิทรรศการ "yellow" และคอมเม้นท์ที่ฝากไว้ / คืนวันและฟ้าฝนฉ่ำๆ ที่จันทบุรี / อ. วินัย และพี่นเรศร์ จาก 4toart group สำหรับ workshop เจ๋งๆ ที่โพธาราม / บูธ Q 38 C2 สำหรับสัปดาห์แห่งการขาย / OTORI, babyshamPOO และ Pinky Bear สำหรับการเป็นห่วงอยู่ห่างๆ และการสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ / ไวรัลยา / im KiMZa / ซ้ายฟ้าสั่ง (มาให้รักเธอ) / DMC 1306 / ณิชา / พันจัง / ฉัตรและอี้ (ออกเสียงยากนะคู่นี้เนี่ย คนแรกออกเสียงห้วนไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าเป็นคำด่าเอาจากคนลิ้นไก้สั้น คนหลังต้องแยกแยะพยัญชนะและวรรณยุกต์ให้ดีก่อนที่จะผันให้แม่นอีกนิดหน่อย) / ครูเม และกลุ่มสัญจร 7 / WOM family / พี่จ็อก และบูธวารสารหนังสือใต้ดิน / พี่อี๊ด และบูธคมบาง / พี่จี และบูธ mar / อ้อแอ้ / ทุกๆ ท่านที่ช่วยอุดหนุน "ดอยไปดอยมา" และ "เย่โล่" / บ้านเนิบ สำหรับที่นอนนิ่มๆ (อีนี่แต่ไม่ค่อยจะนุ่มนักนะจ๊ะนายจ๋า..) / จอย & เอ สำหรับงานแต่ง และความรักที่สวยงาม / พี่ป้าน้าลุงและพ่อแม่ กับครอบครัวที่อบอุ่นเสมอ / ด.ญ. ณัฐกฤตา สำหรับแบบเรียน สปช. เล่มสีส้มอมชมพู

และอีกหลายๆ ท่านที่กำลังอ่านอยู่
ขอบคุณมากครับ

10/14/2009

6IX IN THE CITY


โย่ว!

ช่วงนี้ชีวิตสัญจรบ่อย เลยไม่ค่อยได้ออนไลน์
งานนิทรรศการที่จัดที่จันทน์ (จันทบุรี) ก็เป็นไปได้ด้วยดี
มีเสียงตอบรับในช่วงแรกเป็นที่น่าพอใจ หลายคนบอกชอบ- เพราะไม่เคยมีใครนึกครึ้มอกครึ้มใจจัดอะไรในวันครึ้มฟ้าครึ้มฝนแบบนี้บ่อยๆ
ไว้จะเอาภาพบรรยากาศมาแปะให้ชมกัน สำหรับใครที่ไม่สะดวกลงไป
ช่วงเวลาที่เหลือจากนี้เลยปล่อยให้ตัวงานทำหน้าที่ของมันไปตามที่ควรจะเป็น

ในวาระงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นช่วงวันที่ 15 - 25 ตุลาฯ นี้จึงแว่บเข้าเมืองมารับงานออกบูธขายสื่อการเรียนการสอนเหมือนเช่นครั้งก่อนๆ เป็นเวลาสี่ซ้าห้าวัน (15 - 20 ตุลาฯ)
โอกาสงามๆ แบบนี้ก็ไม่พลาดที่จะเหน็บนำเอาผลผลิตที่ทำๆ ไว้ไปแอบจำหน่ายดังเดิม ทั้ง "ดอยไปดอยมา" ที่ยังขายไม่หมดเสียที (>_<) นั่นหนึ่ง

ลำดับต่อมาคือ "เย่โล่" หนังสือทำมือเฉพาะกิจจากงานนิทรรศการ YELLOW อันนี้แบ่งมาจากงานที่จันทบุรี

และล่าสุดกับผลงาน..
ที่เยยไม่คัง..
ที่ยังไม่เคย..
(จะผวนทำไม -_-")
เผยแพร่แบแผ่..
ที่ไหนมาก่อน..
กับ..

"ตัวฤทธิ์" (อิ๊ด..อิ๊ด..)

ตัวฤทธิ์ คืออะไร? (วะ)
Q 38 โซน C 2

.........


ป.ล. แนบภาพเบื้องหลังการติดตั้งงาน "yellow" ที่จันทน์มาด้วยหนึ่งภาพ
เอื้อเฟื้อภาพถ่ายโดย djbeing เทพจากชมรม CHANPIX

10/01/2009

YE_LO_


สวัสดีเดือนตุลา

(หลังจากที่เงียบหายไปพักหนึ่ง ก็) มีโปรเจ็กต์เล็กๆ มาบอกเล่ากันเล็กน้อย
คือในช่วงตั้งแต่วันที่ 12 – 24 เดือนนี้จะมีแสดงงานที่จันทบุรีครับ

ชื่อโปรเจ็กต์ว่า "yellow"
เป็นนิทรรศการแสดงภาพถ่ายเล็กๆ ขนาดกำลังเหมาะ
จัดที่ร้าน brunch coffee & bakery ใกล้ๆ กับสถานีขนส่งจังหวัด
ร้านสังเกตง่าย ตัวร้านตั้งอยู่บนเนินริมถนนเลย จะอยู่ทางซ้าย หากตรงจากขนส่งขึ้นไปทางโรงเรียนสฤษดิเดช (เค้ก และ กาแฟที่นี่อร่อยมากกก! อยากให้ลอง)

ภายในงานก็จะมีภาพที่ถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวเมือง “ฮอยอัน” ประเทศเวียดนาม เมื่อหลายปีก่อน
จัดขึ้นด้วยใจหมายอยากแบ่งปันและบอกเล่าความสวยงามของเมืองสีเหลืองให้ได้ยลกันในวันที่ฝนฟ้ายังเซาซึม

นอกจากนั้นแล้วก็จะมีหนังสือทำมือเฉพาะกิจการงานนี้ชื่อ "เย่โล่"
จำนวน 40 เล่มไว้จำหน่ายประกอบเพื่อให้นิทรรศการสมบูรณ์ขึ้นด้วย
ขอบอกว่าตัวหนังสือนี่ช้าอดหมดจริงๆ นะ

ใครว่างๆ ก็มาดูสิ
แล้วเจอกันฮิ

.........

Hello October!

brunch cafe' featuring 1306ix proudly to present “yellow”
(Somethin’ still remain)
My first little solo photo showcase

The exhibition will show my photos those I took from Hoi- An city,
the beautiful city in Vietnam few years ago
And they were all yellow

Exhibition will runs from 12 till 24 October 2009
At brunch café Chanthaburi (near teminal)
10 am. to 9 pm. Monday – Saturday
Close Sonday
(Look! Cake and coffee here very tasty!)

Come whenever you free

Regard,

.........


ป.ล. สำหรับเด็กมหิดลฯ รุ่น 6 ยังจำวลี "เย่โล่" กันได้ไหมเอ่ย^^

9/10/2009

A++







ภาพวาดจากฝีมือเด็กๆ นักเรียนชั้น ป. 4 โรงเรียนภูเค็งพัฒนาที่บ้านห้วยหยวก
ภาพแรกโดย ด.ช. ดอน
ภาพที่สอง โดย ด.ญ. พร
ภาพที่สาม โดย ด.ช. วิรัช
ภาพที่สี่ โดย ด.ช. ณรงค์ฤทธิ์
ภาพที่ห้า โดย ด.ช. การิน
และภาพสุดท้าย โดย ด.ญ. เพ็ญนภา

9/02/2009

FLSKY~*


มีบางเรื่องราวเกิดขึ้นกับผมในตอนที่กำลังเดินกลับหมู่บ้าน หลังจากไปดูการขุดหามันเพื่อใช้เป็นอาหารของเพื่อนผองพี่น้องชนเผ่ามลาบรี
(ชาวมลาบรีเรียกมันชนิดนี้ว่า ‘มันควาย’) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการดำรงชีวิตในพนาดร

ชนเผ่า “มละ” หรือ “มลาบรี” หรือที่คนทั่วไปรู้จักและเรียกขานกันว่า “ตองเหลือง” คือ กลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองที่ดำรงชีวิต และอาศัยอยู่ในป่าเขาทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมานานชั่วอายุคน มีภาษาพูดเป็นของตนเอง ปัจจุบันมลาบรีจะอาศัยอยู่ใน 2 จังหวัดทางภาคเหนือเท่านั้น คือ แพร่ และ น่าน คือที่หมู่บ้านห้วยฮ่อม อ. ร้องกวาง จังหวัดแพร่
ส่วนทางจังหวัดน่านนั้นมีอาศัยอยู่ที่ศูนย์ภูฟ้า อ. บ่อเกลือ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพฯ และที่หมู่บ้านทวะ อ. สอง กับหมู่บ้านห้วยหยวก อ. เวียงสา

อากาศวันนั้นดีอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
มันค่อนข้างร้อนนิดหน่อยตอนบ่ายแก่ๆ ช่วงที่เราเดินไป
แต่แล้วก็กลับมาร่มเย็นสบายในขากลับ

การเดินกลับนั้นแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
ผมนั้นเดินโดดอยู่ตรงกลางระหว่างกลุ่มหน้าและกลุ่มหลัง
กลุ่มข้างหน้าเป็นทีมงานบ้านนอกทีวีที่ไปถ่ายทำสารคดี และชาวบ้านมลาบรีที่พาเราไป
ส่วนกลุ่มหลังเป็นครูหมิว ครูนุ้ย ครูอาสารุ่นเดียวกันกับผม และพุ- หนึ่งในทีมงานที่ไปถ่าย
ถ้าคุณมองลงมาทาง Google Earth Map คุณก็จะเห็นได้ว่ากลุ่มแรกนั้นเป็นกลุ่มก้อนที่ใหญ่กว่าด้วยจำนวนคน

ตัวผมเดินใกล้กับกลุ่มหลังในระยะพอที่จะได้ยินบทสนทนา
จับใจความคร่าวๆ ได้ว่าคนทั้งสามนั้นคุยกันเรื่องบ้านของพุที่ลำพูน
พุเชิญชวนว่าหากคณะเรา (ครูอาสาสัญจรรุ่น 7 ซึ่งมีจำนวนครูทั้งสิ้น 8 คน) นั้นพอมีเวลา ก็อยากให้ไปเที่ยวที่บ้าน พร้อมกับบรรยายสรรพคุณต่างๆ นานาให้ครูหมิว และครูนุ้ยฟัง

ผมเหลียวไปบอกด้วยอารามอยากมีส่วนร่วมว่าถ้าจะไปกันเมื่อไหร่ก็ให้บอกด้วย แล้วจึงหันกลับมามองทางกลุ่มหน้า

และเหมือนว่าต้นซุงจะเห็นอะไรบางอย่างเข้าข้างทาง จึงปลีกตัวออกจากกลุ่มไปหยิบจับเจ้าบางอย่างที่ว่า

มันคือด้วงกว่าง

แล้วต้นซุงก็เอาเจ้ากว่างน้อยตัวนั้นมาแกล้งวางไว้ให้มันเกาะบนเส้นผมสีดำขลับของโจแอน ที่เดินอยู่ข้างๆ
พอเธอรู้ตัวว่าโดนแกล้งเข้าก็หัวเราะคิกคักเบาๆ แล้วบอกให้อาซาช่วยหยิบออกให้หน่อย

จากนั้นเจ้ากว่างก็ถูกส่งกลับมาวางไว้บนบ่าของต้นซุงแทน ก่อนที่มันจะหันหน้ามาหาผมที่เดินตามหลังอยู่ ..และมันก็เริ่มพูดกับผม

“สวัสดีจ้ะ จำฉันได้ไหม?”
ผมประหลาดใจแต่พองาม ตาทั้งคู่เบิกกว้างกว่าปกติให้พอรู้ว่าอยู่ในอาการประหลาดใจเล็กน้อย
แต่ถ้าคุณยังดูจาก Google Earth อยู่ คุณจะไม่สามารถสังเกตเห็นได้เลยว่าผมกำลังตกอยู่ในอาการที่ว่า และทำหน้าตาเลิ่กลั่กเหรอหราละล้าละลัง

“จำฉันไม่ได้หรือ?” เธอพูดต่อในทันที
ใช่- ดูเหมือนว่าเจ้ากว่างน้อยกำลังพูดกับผมอยู่จริงๆ

“ตอนเธอยังเป็นเด็กเล็ก เธอยังเล่นกับฉัน ลูบไล้หลังและเขาโง้งๆ ของฉันอยู่บ่อยๆ เลยนี่นา นี่- ฉันยังจดจำความหวานจากแท่งอ้อยที่เธอเคยให้ฉันวันก่อนอยู่เลยนะ เพียงแต่ว่าตอนนี้มันเริ่มจะหมดรสแล้วล่ะ ว่าแต่ตอนนี้เธอมีเผื่อให้ฉันอีกแท่งไหม?”

แล้วก็เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
นานแค่ไหนกันนะ ที่ผมไม่ได้เห็นหน้าค่าตาเจ้ากว่าง
พอมาเจอกันซึ่งหน้าแบบนี้ผมกลับไม่รู้จะพูดอะไร (ให้มัน) ดี
อย่าว่ากันถึงแท่งอ้อยเลย
กับแค่คำทักทายง่ายๆ ผมยังยืนบ้าใบ้ ประหม่า และไม่กล้าที่จะเอ่ยทัก
คล้ายเป็นคนไม่รู้จักกัน ทั้งๆ ที่เคยพะเน้าพะนอ
สิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้ห่างหายจากวงจรชีวิตผมไปนานเหลือเกิน
ความละเมียดละไมในชีวิตหายไปตอนไหนกันหนอ
ที่จริงชีวิตเล็กๆ เหล่านี้มีอยู่มาโดยตลอด แต่เป็นผมเองต่างหากที่ละเลยเมินเฉย

และอย่างร้ายกาจที่สุด
ผมหลงลืมไปแล้วว่าเราเคยแบ่งปันความหวานให้กันและกันในวันวาน


ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยปากพูดอะไรออกไป ทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติ
ต้นซุงเอื้อมมือคว้าเจ้ากว่างออกไปจากบ่า แล้วก็โยนมันขึ้นไปบนท้องฟ้า

วินาทีนั้นสารภาพว่าผมตกใจมาก เพราะถ้าหากเจ้ากว่างน้อยนั้นร่วงหล่นตกลงพื้นคงต้องแดดิ้นสิ้นชีวีในทันทีเป็นแน่แท้
แต่แล้วสิ่งที่ผมหลงลืมก็ยิ่งย้ำตอกให้ยิ่งรู้ว่าผมนั้นหลงและลืมไปหมดทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับเจ้าด้วงกว่าง

มันบินได้!

เจ้ากว่างสบายปีกออก และเริ่มบิน บิน และบินสูงขึ้นไปอีกบนท้องฟ้า และตะโกนลงมาบอกกับผมก่อนจะบินหายลับไปในน่านฟ้าแห่งนครน่าน

“จำฉันได้แล้วใช่ไหม จำฉันไว้สิ ฉันเองไง เจ้ากว่างน้อยของเธอ”

ผมได้แต่เพียงยืนมองเจ้ากว่างน้อยของผมบินหายไปโดยไร้ซึ่งสุ้มเสียงใดๆ อยู่ท่ามกลางมหาสมุทรยามะที่กว้างใหญ่ในเพลาที่พระอาทิตย์กำลังจะร่อนลงจูบกับผิวดินดอย...

ให้ตายเถอะ.. ผมน่าจะติดอ้อยมาด้วยสักแท่งจริงๆ