1/22/2010

(เป็น) แสน—ยานุภาพ














ได้รับฟอร์เวิร์ดเมลต่อมาอีกที
ชื่อหัวข้อว่า "วันชาติจีน"
ดูแล้วก็แอบอึ้ง—ทึ่ง—(แต่ไม่เสียว)
ก็น่าจะเป็นจีนประเทศเดียวเนาะ ที่ทำอะไรแบบนี้ได้
นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะมีที่ไหนที่ทำแบบนี้ได้อีก
สุดยอดเลย

1/12/2010

When They Come Around...


กาลครั้งโน้น...

เท่าที่จำได้ ไอ้จาน่าจะเป็นคนแรกๆ ที่เริ่มเปิด Green Day ในห้องน้ำหอในสมัยเมื่อวัย 15 หยกๆ (16 หย่อนๆ) โดยเฉพาะเพลง When I come around ซึ่งก็ได้กลายเป็นเพลงชาติในตอนเช้าของพวกเราไปแล้ว ก่อนที่จะไปตากแดดร้องเพลงชาติที่เป็นเพลงชาติจริงๆ อีกทีที่หน้าเสาธงตอน 8 โมงเศษๆ

ทั้งๆ ที่ไอ้จามันเล่นดนตรี หรือร้องเพลงไม่เป็นเลยสักอย่าง
แต่ Green Day คือวงที่มันโวเสียใหญ่โตว่า “โคตรเจ๋ง”
และก็ต้องขอบคุณไอ้จามัน
เพราะพอผมได้ฟังเสียงกีต้าร์ของ Billy Joe เท่านั้นแหละ
ผมกับไอ้ต่อ— เพื่อนอีกคนของผมก็แสดงตัวตนออกมาอย่างชัดเจนว่าเป็น “Punk”

จากนั้นบทเพลงของวงพังก์วงนี้ก็แปรสภาพเป็นดนตรีประกอบให้กับชีวิตผมตลอดมา ไม่ว่าจะยามเหงา ยามเศร้า หรือยามเมา

จนกาลครั้งหนึ่ง...

ไอ้จาเปลี่ยนไปฟังดนตรีแนว Rock แล้วก็แนว Grunge แล้วก็แนว เพื่อชีวิต แล้วก็แนว Heavy Metal แล้วก็แนว Hard Core แล้วและล่าสุดกับแนว Ska แล้วก็ดูเหมือนว่ามันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อีก (มั้ง)

ส่วนไอ้ต่อนั้นก็ขยับขยายย้ายก้นตัวเองไปฟังเพลงแนว Trance อยู่ในผับหรือคลับที่ไหนสักแห่งในอัลเล (L.A.)
วะ!— ไอ้ห่านี่หัวสูงชิบ...HA-HA-

ผมเองนั้นก็หันเหทิศทางไปฟังดนตรี Bossanova ใสๆ ที่มีนักร้องสาวๆ เสียงสวยๆ บรรเลงเบาๆ ให้รู้สึกผ่อนคลายคล้ายจะเป็นลม และพร้อมจะหลับใหลไปโดยไร้ซึ่งการรับรู้วันเวลา...

และกาลครั้งนี้
...

เมื่อพวกพี่ๆ 3 คนเมื่อกาลครั้งโน้นเขาแวะมาหา
ในฐานะ “สาวก”
มันแทบจะไม่ต้องอิดออดหรือมีข้ออ้างใดๆ เลยที่จะทำตัวให้ไม่ว่าง
ผมวางภาระทุกอย่างลงทันที (ใช่— แทบจะทันที!) แล้วออกไปทักทายพี่ชายที่ดูเหมือนนอนน้อยทั้ง 3 คนนั้นพร้อมๆ กับจูงมือเด็กชายหัวเกรียนที่เหมือนจะเรียบร้อยในวันวานที่อยู่กับผมมาเนิ่นนานออกไปด้วยกัน
แล้ววันนั้นทั้งวันของผมกับไอ้เด็กนั่นก็กลายเป็นสีเขียวเข้มปั้ดขึ้นมา

1/05/2010

happy ปีใหม่


Hi Tiger!
Wish you 'HA' Wish you 'MA' all year

If you would be happy for three hours,
Get drunk.
If you would be happy for three days,
Kill a pig and eat it.
If you would be happy for three months,
Get married.
If you would be happy your whole life long,
Become a gardener.


ข้อความด้านบนคัดเอามาจากหนังสือ “ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ในเงาเวลาของ ’รงค์ วงสวรรค์” หนึ่งในหนังสือคุณภาพจากชุด Modern Masters ของสำนักพิมพ์ Open Book
ยืมเพื่อนอ่านแล้วชอบมาก จดเก็บไว้ เลยนำมาแบ่งปันในวาระดีๆ แบบนี้
หวังว่าคงจะชอบเช่นกัน

สวัสดีปีเสือ
ขอให้เป็นปีที่ดีๆ อีกปีของทุกๆ ท่านนะครับ
ขอให้ฮะ ขอให้มะ ตลอดปี และตลอดไป

((( ^_^ ))) ~*

.........

ป.ล. 1 อาทิตย์หน้าใครมีตั๋วแล้วเจอกันที่งานคอนเสิร์ตเว้ย..เฮ้ย!
ป.ล. 2 กูจะดีดเผื่อมึงนะไอ้ต่อ

12/25/2009

สหวีหวี่ wiz U a mERRy X'mas~*


ไม่แน่ใจนักหรอกนะครับ ว่าเป็น FM หรือ AM
คลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะเป็น FM
แต่แม่นยำในตัวเลขว่าคือคลื่น 101.05 MHz
ช่วงปีใหม่นี้ถ้าใครได้มีโอกาสได้ไปแอ่วแถวแม่ริม เจียงใหม่
แล้วมีบ่ายที่แบบว่าว่างๆ ไม่มีอะไรทำ
และมีวิทยุอยู่ในระยะมือเอื้อมถึงโดยที่ไม่ลำบากมากนัก
ลองหมุนหน้าปัดวิทยุไปยังคลื่นวิทยุชุมชนที่ผมบอกดูสิ
แล้วคุณจะพบกับความหรรษาเล็กๆ สไตล์ “อ้ายหนุ่มเอวบาง” เขา
ว่ากันว่าสไตล์การจัดรายการของคุณพี่เขานั้นสุดแสนจะกระชากใจ (รวมถึงวัย) บรรดาแม่อุ๊ยแถวนั้นแบบผูกขาดมาหลายต่อหลายปีดีดัก

จากนั้นคุณจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าทำไมเจียงใหม่ถึงมีเสน่ห์
และมัดใจใครต่อใครให้หลงฮักมานักต่อนักแล้ว
โดยเฉพาะพี่ปุ๊

We wish you a Merry Christmas,
We wish you a Merry Christmas,
We wish you a Merry Christmas and a Happy New Year.


สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ



เอ้า! เอาของขวัญไปหนึ่งเล่ม ทำไว้ยามว่าง
เป็นหนังสือรวบรวมภาพในแบบของผมที่ถ่ายไว้ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา
เชิญชิม!!

โฮ่-- โฮ่-- โฮ่--

12/22/2009

6ix_xhop


ภาพเดียวจากงานเมื่อวันอาทิตย์

1) ต้องเล่นของเพื่อเรียกลูกค้ากันหน่อย
โอมจงลง.. เอ้ย! ชินเมโจได๊..
2) อกร่องลอยเคว้งคว้างรอคนมาสอยอยู่ใต้ต้นลำพู
จนฝรั่งแถวนั้นอดสงสัย และไต่ถามไม่ได้ว่านี่มันต้นมะม่วงหรือเปล่า
3) เยโล่นั้นโก้จริงๆ แต่แด่ดแต่ดแต๊ดแต่นแต้แดแด่ด..
4) ดอยไปดอยมาแอบนอนนิ่งๆ คอยคนมาอุดหนุน
5) โปสการ์ดส่วยๆ มีมากมายหลายหลากรูป
?) ???

ขอบคุณ exteen และทุกๆ ท่านที่แวะไปสนับสนุนนะครับ

^_^

12/17/2009

อกร่องอรทัย


สวัสดีธันวาคม

อาทิตย์ที่ผ่านมาถ้าใครได้แวะเวียนเข้ามาเยี่ยม blog นี้ก็คงได้ผ่านตาไปบ้างแล้วกับโปสเตอร์งานสีสรรกรุงเทพฯ ที่ผมเอามาแปะหราคาไว้อยู่หลายวัน เพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับงานเขา

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะว่าผมกำลังจะไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานกับเขาด้วย

งานสีสรรกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์นี้ (20 ธันวา 52) จัดขึ้นสำหรับเยาวชนไทยคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Creative People Make Creative City” ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักๆ 2 ส่วน คือ ส่วนของสาระทางวิชาการ (Forum) และส่วนของพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน (Event) โดยมีเป้าหมายให้เยาวชนนั้นคิดแล้วลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ด้วยความสามารถที่มีอยู่ของตนเอง
งานนี้จัดที่บริเวณสวนสันติชัยปราการ และอาคารโรงพิมพ์คุรุสภา ท่าพระอาทิตย์

ทีนี้วัยรุ่นจำแลงอย่างผมก็ได้พื้นที่เล็กๆ ขนาด 2 X 2 เมตรมา บูธหมายเลข E6 โดยการสนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการนักจาก ด.ญ. ณัฐกฤตา คนเดิม (สาวลูกครึ่งไทย - ญี่ปุ่นดินแดง คนที่เป็นแบบสวมใส่เสื้อป่วยๆ ทั้ง 2 รอบของผมนั่นแหละ ถ่ายรอบนี้เธอดูเซ็กซี่ขึ้นหน่อยนึง ว่ามั้ย?^^ )

ก็เลยจะขนเอา ‘ของ’ ที่มี ไป ‘ปล่อย’ ในงาน
ในความหมายเดียวกันกับ ‘ขาย’ นั่นแหละ
ทั้งของเก่าที่มี และก็ที่ทำขึ้นใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะที่ชื่อชิ้นงานว่า “อกร่อง”!!!

ของเก่าดั้งเดิมก็จะมี “ดอยไปดอยมา” ซึ่งจะหมดวาระภายในงานนี้แล้ว,
“เยโล่” และ (น้องด้วง) “ตัวฤทธิ์”
ส่วนของใหม่เอี่ยมอ่องอรทัยในนาม “อกร่อง” ก็จะเป็นเสื้อยืด และ สมุดโน้ต
นอกจากนี้ก็จะมีโปสการ์ดคัดสรรจากรูปที่เคยถ่ายๆ ไว้ให้ได้จับได้จองได้จดได้จ้อง และได้จับได้จ่ายกันอีกด้วย มีคนบอกว่าผมถ่ายรูปส่วย คือ กึ่ง ‘สวย’ กึ่ง ‘ห่วย’ จะจริงมั้ยต้องลองมาดูกันเองนะครับ (ฮา)

คราวนี้ไม่ต้องไปแอบหรือฝากเขาขายเหมือนครั้งก่อนๆ แล้วครับ
งานผมเอง คิดเอง, ทำเอง, ถ่ายเอง, เขียนเอง
และก็กำลังจะไปขายเอง

พูดถึง “อกร่อง” หน่อย
มันเกิดจากความสัปดนระคนทะเล้น และขี้เล่นของผมเองล้วนๆ ที่นึกติดใจคำว่า “อกร่อง” และอยากเอาคำๆ นี้มาวางพาดบนอกของผู้สาว (แต่ผู้บ่าวก็ใส่ได้นะ) ซึ่งก็คงเป็นอื่นใดไปเสียไม่ได้นอกจากเสื้อยืด

เห็นแล้วน่าจะทำให้อมยิ้ม และนึกหมั่นไส้ อยากจะเข้าไปหยิกแก้มสักที
แต่จะน่าซื้อหรือไม่นั้นอีกเรื่อง (ฮา)
ตัวผมเองมีความคิดว่ามันรู้สึกได้ในเรื่องของคำกำกวม
ซึ่งเป็นอารมณ์ขันแบบไทยๆ ดี

เว่ากั๊นซื่อๆ คือ “กวนตีน” ดี

นึกแบบนี้แล้วก็เลยตามเลยทำเลย
ก็ทั้งๆ ที่รู้ทั้งรู้นั่นแหละครับว่าน้องด้วง ตัวฤทธิ์ ยังออกฤทธิ์ทำรายได้แบบถล่มทลายความมั่นใจในชิ้นงานอย่างต่อเนื่อง (และก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด!) แล้วผมก็ยังดันทำคลอด “อกร่อง” มาขายอีก
เรียกว่า “ความด้วงยังไม่ทันหาย เอาผลไม้เข้ามาแทรก”
ตามสำนวนไทยเปี๊ยบ (ไม่ฮา)

Que sera sera.. ก็ว่ากันไปนะครับ
ผมก็ทำไปเรื่อยแหละ ตราบเท่าที่ยังไม่ล้มหมอนนอนเสื่อ

ยังไงถ้าว่างๆ กันก็เชิญที่งานนะจ๊ะ

.........

ป.ล. ในงานมีของขายมากกว่าที่เห็นอีกนะ