6/20/2012

สักวันฉันจะ

เป็นกติกาสากล
ใครโดนยิงลูกแรกก่อนต้องถอดเสื้อ นั้นก็เพื่อให้ชัดเจนในการแบ่งข้างของเรา ให้ง่ายต่อเกมส์การเล่น หนุ่มๆ น้องๆ ข้างที่เกมส์รับหละหลวมปล่อยให้อีกฝ่ายบุกทะลวงเข้ามาทำประตูขึ้นนำได้ก่อน จำยอมต้องเปลื้องเครื่องนุ่งห่มชิ้นบนออก แต่คุณน่าจะรู้ว่ามันได้เผยให้เห็นอาภรณ์สีทะมึนอีกชั้นที่เร้นอยู่ภายใน

...รอยสัก

ระยะนี้พอแดดร่มลมตกฉันก็จะมาออกกำลังกายที่สนามแห่งนี้เป็นประจำ
ที่แห่งนี้เป็นลานกีฬาไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่บ้าน ฉันสามารถปั่นจักรยานมาได้ ภายในบริเวณมีเครื่องออกกำลังกายอยู่ห้า-หกชิ้น ถัดไปมีลานแอโรบิกพร้อมเวทีขนาดย่อมเยา (แต่ยามเปิดเพลงออกลำโพงแล้วเสียงไม่เบาเอาเสียเลย : ) ให้บรรดาพี่ป้าน้าอาทั้งหลายได้โยกย้ายส่ายสะโพกกัน
ฉันชอบที่นี่เป็นพิเศษก็ตรงที่สามารถเห็นวิวภูเขาได้เสมอในเวลาเงยหน้ามองออกไปทางทิศนั้นนั่นเอง

หลังแล้วเสร็จจากการวิ่งอบอุ่นร่างกาย ก็ได้เวลาลงสนาม
เย็นวันนี้ในสนามบอลเรานั้นมีอยู่ด้วยกันสิบสองคน จึงแบ่งกันได้เป็นข้างละหก
และไม่ใช่เรื่องตลก ที่ห้าในหกของอีกข้างนั้นสักเต็มตัวไปหมด ไม่ว่าจะหน้าอก, แผงหลัง, ต้นแขน, ต้นคอ, สีข้าง ถ้าลองพินิจพิจารณาดูให้ดีก็จะเห็นทั้งเกราะเพชรหนุนดวง, ยันต์เก้ายอด, แปดทิศ, ห้าแถวมหาลาภ, โคตรปลาคาร์พ, มังกรและพยัคฆ์, สร้อยสังวาลย์, หนุมานฤๅษีและอีกมากมายทวยเทพอยู่ในนั้น เส้นสายลวดลายอักขระสีดำนั้นคล้ายกลายเป็นเครื่องแบบอีกแบบที่เกือบจะเหมือนกันของอีกฝั่งเลยทีเดียว

ฉันเห็นแล้วก็ให้รู้สึกอึ้งทึ่งและตกตะลึงพรึงเพริดกับฝั่งข้างของคู่แข่งเราทันที
รอยสักชโลมด้วยไคลเหงื่อนี่ก็ช่างสวยงามท้าทายผู้ชายอย่างฉันเหลือเกิน
มันทั้งตื่นตา ตื่นใจ และตื่นตัว

ฉัน ในความหมายที่นอกเหนือจากความเป็นผม
ฉัน ชายที่ชื่นชอบผีเสื้อและดอกไม้

ดูก่อนชายฉกรรจ์
สักวันฉันจะสัก!

5/25/2012

หั่นฉัน หั่นเยอรมัน

'คัธญ่า' (ไม่แน่ใจเรื่องตัวสะกด) เป็นสาวแรกรุ่น และเป็นเยอรมันรุ่นแรกที่มาโผล่ที่บ้านฉัน เธอลงมาเที่ยวกับเพื่อนสาวชาวไทยของเธอหนึ่งคืน

ไม่ผิด— นี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 'ลุยสวน' ที่ฉันจัดขึ้นนั่นเอง
เพราะร้อยปีพันวันก็คงน้อยกว่าน้อยที่จะเห็นคนเยอรมนีมาปรากฎที่นี่
จนแม่ฉันต้องแอบเลียบเคียงมากระซิบกระซาบกับฉันพร้อมเหงื่อเม็ดน้อยๆ กลางหน้าผากเล็กๆ ลับหลังเธอว่า 'ไม่เห็นบอกว่าจะมีฝรั่งลงมานี่นา'  -*-

ฉันรู้สึกเป็นเกียรติไม่ใช่เล่นทีเดียวที่มีชาวต่างชาติมาเยี่ยมมาเยือน
มื้อเย็นรับแขก (ที่เป็นเยอรมัน) วันนี้ฉันกับแม่จึงแจงจัดให้มีน้ำพริกกะปิฝีมือการตำของแม่เป็นตัวตั้ง (อยู่กลางโต๊ะ) แล้วรายรอบวงด้วยจานผัดผักบุ้ง ไข่ทอดผักชะอม และไก่ต้มตะลิงปลิง
ระหว่างที่รอข้าวสุก ฉันเชิญชวนให้เธอหั่นแตงกวารอ
คัธญ่าก็หั่นแตงกวาในแบบของเธอ—แบบที่โน่น—แบบเยอรมัน

จากแตงกวาหนึ่งลูกไม่เล็กไม่ใหญ่ เธอวางลงบนเขียง หั่นครึ่งเป็นสองท่อนจากตรงกลางตามขวางก่อน แล้วจึงนำมาซ้อนกันให้เป็นสองชั้น ก่อนบรรจงหั่นอีกครั้งตามแนวยาวให้ได้สี่ เป็นอันเสร็จพิธีเยอรมัน

ส่วนฉัน— ฉันหั่นตามแบบฉบับแม่ หั่นตามที่รักจำเอาไว้
เริ่มจากเฉือนหัวและท้ายออกเล็กน้อย กระชับถือไว้ในมือซ้าย หั่นในลักษณะควั่น ทำมุมเฉียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าตัด หลังจากที่ได้ชิ้นแรก จากนั้นก็บิดหมุนแตงกวาที่ถือไว้ครึ่งรอบ ควั่นหั่นปาดเฉียงๆ อีกครั้งในองศาเดิม แล้วทำซ้ำตามกระบวนที่ว่าจนหมดลูก ก็จะได้แตงกวาขนาดกำลังพอดีคำจำนวนหนึ่ง

แตงกวาของเราค่ำนั้นจึงมีด้วยกันสองแบบ
แบบของฉัน และแบบเยอรมัน ผสานผสมกันในจานผักจิ้มหนึ่งเดียว

พอเวลาอันสมควรเดินทางมาถึงในรูปของข้าวสวยสุกร้อนๆ หอมฉุย
เราคดข้าวจากหม้อใส่จานกันและกันด้วยรอยยิ้ม
คัธญ่าเลือกหยิบเอาแตงกวาที่ถูกหั่นในแบบของฉันขึ้นมา
ส่วนฉันก็เลือกที่เป็นอันของเธอ
แล้วเราก็จิ้มกินกับน้ำพริกกะปิถ้วยนั้นของแม่กัน
อร่อยเยอรมันอร่อยไทย

5/16/2012

I think it's cool now


ช่วงนี้ไม่ได้เขียนอะไรเลย รู้สึกคันไม้คันมือ
แวะมาเขียนเล่าอะไรเล็กๆ น้อยๆ ดีกว่า

วันก่อนพี่สาวชวนไปงานกินเลี้ยงวันเกิด ก็จัดที่ร้านคาราโอเกะแถวถนนกัลปพฤกษ์ใกล้ๆ บ้าน โอยย.. แถวนั้นร้านอาหารเพียบบ!

คนกินก็กินกันไป คนดื่มก็ดื่มกันไป ส่วนคนที่ร้องก็ร้องกันไป
แล้วก็มีคนกดขอเพลง 'ใจนักเลง' ของพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ไป (ยังเรียกพี่ได้ไหมนะ?) แต่กลายเป็นว่าได้ร้องในเวอร์ชั่นของคุณพี่ 'เสก โลโซ' ไป ไอ้เราก็ไม่รู้มาก่อนว่าพี่เสกเขาเคยร้องแก้เพลงนี้ไว้ด้วย ก็เลยเพิ่งเคยได้ฟังวันนั้นเอง ดนตรีเพราะดีเชียว เราคิดว่าเราชอบเวอร์ชั่นนี้นะ

ทีนี้ตอนจบของมิวสิควีดีโอที่ดู พี่เสกเขาก็บอกว่าขอให้เพื่อนๆ นักดนตรีเล่นต่ออีกหนึ่งห้อง ซึ่งจริงๆ มันควรจะจบได้แล้ว คุณพี่มือกลองซึ่งเป็นฝรั่งก็ถามว่า 'ทำไมคุณมึงบอกให้เล่นต่ออีกห้องหนึ่งเล่าวะครับ?'

พี่เสกของเราก็ตอบไปว่า
'I think it's cool now -- ณ จุดนี้กรูว่าแบบนี้แหละเจ๋ง'

แล้วก็ให้นึกถึงงานตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นภาพที่เอามาแปะนี่
น้องพนักงานขายที่ไปถ่ายงานที่ร้านกาแฟแห่งนั้นด้วยกันก็ถามทำนองว่า
'เอาหินมาวางไว้แบบนั้นจะดีเหรอคะคุงพี่ขา'

ตอนนั้นเราเองก็ตอบไปประมาณว่า 'พี่ว่าแบบนี้เก๋ดีออก'
 'Yes! I think it's cool now'

แหม่ๆๆ... ณ จุดนั้นก็ใจเดียวกันกับพี่เสกเด๊ะ!

5/09/2012

HDme



พาเพื่อนๆ ไปโครงการ 'ลุยสวน' ที่เราจัดมา
เพื่อนก็ถ่ายไว้ให้ น่ารักดี ยุคสมัยนี้มันต้อง HD กันบ้าง
ขอบคุณมากครับเฉดฯ ; )

 .........

ป.ล. 1 ใครหลงเข้ามาดูก็แนะนำให้อดทนดูกันแบบเล็กๆ อย่างที่แปะไว้ให้นะ 
อย่าไปขยายใหญ่ในหน้าต่างใหม่เลย... อาย >///<

ป.ล. 2 "สนุกมาก วันที่อากาศร้อนแสนร้อนก็ยังมีเรื่องอะไรที่ทำแล้วช่วยให้เย็นใจได้ ยิ่งวันที่อากาศดีๆ
เจอบรรยากาศน่ารักๆ ของบ้านพี่เข้าไปวันนั้นก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่..."

ป.ล. 3  "ขอขอบคุณเจ้าของสวนอย่างเป็นทางการ สำหรับทริปมหัศจันท์...
สถานที่ไม่ได้เป็นข้อจำกัดของการ เดิน นอน กิน เที่ยว เม้าท์ และ เข้าสวน... 
เป็นอีกหนึ่งทริปของความทรงจำ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเหมาะเจาะและลงตัว 
โดยไม่ต้องผ่านการประดิษฐ์ หรือปรุงแต่งแต่ประการใด... 
ขอบคุณ อาหารมื้ออร่อยน้ำมือแม่ที่ใช้ใจปรุง เคี่ยวด้วยความใส่ใจ 
หมูต้มถั่วอร่อยมากๆ... 
ขอบคุณ เสื่อจันทบูร ที่ทำให้แผ่นหลังได้สัมผัสกับความนุ่มละมุนของคืนวัน พระจันทร์เต็มดวง... 
ขอบคุณ ห้องพระและดอกสเลเต ที่ทำให้สวดมนต์เช้าด้วยกลิ่นฟุ้งหอมของธรรมชาติ... 
ขอบคุณ อบต.คลองนารายณ์ที่ให้เกียรติมาดื่มไวน์ด้วยกันค่อนคืน... 
ขอบคุณ 'มังคุด' ที่ทำให้เกิดทริปอันแสนวิเศษนี้... 
และขอบคุณ มิตรภาพของเพื่อนร่วมทริปทุกคน... 
เชื่อมั่นเหลือเกินว่า... ไม่เพียงแต่คบกันได้สนิทตา... 
ซ้ำยังอุ่นหวานสนิทใจ... "


ปันกันอ่านนะครับ กับข้อความแสนสวยงามจากลูกทริปที่ผ่านๆ มา
ขอบคุณมาก...
ขอบคุณ
^__^

4/18/2012

<ขายของ>






รอบนี้มาแปะโปสเตอร์ขายของสักสี่ซ้าห้าใบนะ
เผื่อว่าจะขายของได้บ้างสองสามใบ ^^"

4/03/2012

C1 / O24


จริงๆ อยากจะทำประชาสัมพันธ์ให้มันแบบว่าเปรี้ยงปร้างโครมครามกว่านี้นะ
กับผลงานลำดับที่ 4 ของเราที่มีชื่อว่า "模のインド" -- 365 days later
เป็นหนังสือภาพบันทึกการเดินทางขนาดย่อมที่อินเดีย เมื่อเมษาฯ ปีที่แล้ว
อันเป็นว่าครบรอบปีพอดิบพอดีตามชื่อหนังสือ แต่ทีนี้โครงการ "ลุยสวน" ที่เราจัดขึ้นด้วยความตั้งใจเป็นกำลังก็ได้เริ่มขึ้นด้วยแล้วเช่นกัน ซึ่งก็ต้องเตรียมตัวอย่างมากเลย ไหนจะงานประจำที่ทำอยู่อีก โน่นนี่นั่น โอย...เยอะ แต่สนุก ในตอนที่มาอัพบล็อก (จากที่ไม่ได้อัพนาน) รอบนี้ Pre trip อาทิตย์แรกก็เพิ่งจะจบลงอย่างสวยสดงดงามเป็นที่น่าพอใจ ไม่รู้สิ-อย่างน้อยเราก็คิดว่างั้นนะ

เอาเป็นว่าใครได้ไปเดินงานสัปดาห์หนังสือฯ ปีนี้ก็แวะไปอุดหนุนได้นะ
อยู่บูธ C1 / O24 'วารสารหนังสือใต้ดิน'
ใครอุดหนุนเราก็จะขอบคุณมากๆ ของหายากนะนั่น ^,^"

.........

วันนี้ไปถ่ายร้านอาหารมาร้านหนึ่ง พอถ่ายเสร็จพนักงานที่นั่นก็เดินมาบอกว่า "กินเสียหน่อยก็แล้วกันนะคะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว" เราก็อมยิ้มเล็กน้อยนึกขำกับคำว่า 'ไหนๆ ก็ ไหนๆ แล้ว..' อารมณ์มันไทยๆ ดีแฮะ ภาษาต่างประเทศจะแปลสำนวนที่ว่านี้ยังไงน้าาา..... ช่างปะไร กินก่อนก็แล้วกัน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนี่