1/16/2014

เณปาลน่ะนะ













๑ มกรา ๕๗

ฟ้าเปิดรับปีใหม่แต่เช้า เผยให้เห็นอันนาปุรณะทั้งเทือกเต็มๆ ตาจนใจตื้นตัน
ไม่อยากจะคุย— แต่คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า เวลาที่เราซึ่งหน้ากับหิมาลายาในเหมันตเวลามันเป็นระหว่างเราที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังด้วยอารามศิโรราบกับอ้อมกอดของขุนเขาอันศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน

แล้วถ้าคุณคิดว่าปีใหม่เหมือนกระบี่ มันอยู่ที่ใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็เหมือนๆ กันละก็.. ผิด! มันไม่เหมือน และต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงด้วย ผมจะบอกให้
ว่าสาธุ เช้านี้ผมยืนอยู่กับวันวานบนแดนดินชมภูทวีป ต้นกำเนิดพุทธศาสนา พร้อมๆ กับที่ปรากฎยอดเขาหางปลามัจฉาปุฉะเรฉายสะท้อนอยู่นัยตาเชียวนะ

ฮะ...คุณว่าไงนะ
ไม่เอาน่า...บอกไปแล้วไงว่าผมไม่อยากจะคุย 

1/08/2014

สวัสดีปีใหม่
















สวัสดีปีใหม่ 2557
ขอให้มะ
ขอให้เมีย
สวัสดี
; )

12/11/2013

จดหมายเหตุกาแฟ

“เอากาแฟสดมั้ย” 
แม่ไอ้รันถามมาในตอนที่เราจัดการปลาดุกย่างกับสะเดาลวกเรียบร้อยและรวบช้อนแล้ว 
สมการแห่งความอร่อย— จากที่ขรมปร่า สะเดาก็กลมกล่อมเมื่อเจอกับปลาที่ว่า

ผมกับไอ้ไฝมาดอนเจดีย์ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อร่วมงานฌาปนกิจ หลังทราบข่าวการจากไปของน้องชายศรันย์มัน (อันจะเล่าถึงในคราวต่อไป) เรามาด้วยใจที่หมายจะไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้กับผู้วายชนม์ หลังจากปลงศพแล้วเสร็จ เราก็ปลงใจตกลงค้างที่บ้านมันเมื่อคืนแทนที่จะลากลับเลย แหม...ก็รสชาติปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมกับบรรยากาศริมแม่น้ำท่าจีนที่ศรีประจันต์มันดีเยี่ยมขนาดนั้น ก็เลยพาเราหมดรีเจนซี่ไปสองแบนแบบเบาๆ จนต้องกลับมาต่อกันอีกหน่อยที่บ้านงาน โทษฐานที่แนะนำร้าน

“เนี่ย พวกครูที่โรงเรียนเขาชงมาให้ตั้งแต่วันก่อน ยังเหลืออยู่ เอามั้ย เดี๋ยวแม่จะชงให้”
แม่พูดไปพลางก็เปิดช่องฟรีชไปพลาง เอากาแฟ (สด) เย็นที่มัดใส่เป็นถุงๆ เรียบร้อยแล้วออกมา เราเห็นกันไม่ถนัดแต่ก็รู้ได้ในทันทีเช่นกันว่าแข็งเป๊ก “เอานะ เดี๋ยวแม่ไปละลายน้ำอุ่นให้”

“โอ้ย กาแฟสดของแม่น่ะมันหว้านหวานเสียเหลือเกิน หนูนะต้องผสมน้ำเพิ่มเข้าไปตั้งเบิกแน่ะกว่าจะกินได้”  พี่สาวไอ้รันที่ล้างจานอยู่ในครัวเริ่มส่งเสียงโหมโรง
“จะเติมน้ำเข้าไปให้มันได้อะไร สูตรเขามาแบบนั้นก็ต้องคงสูตรเขาไว้แบบนั้น จะไปเพิ่มไปลดอะไรของเขาน่ะมันไม่ได้ จะให้มันไปเหมือนอย่างที่เราชอบเสียหมดมันได้ที่ไหน” แม่ว่า
“แล้วอีกอย่าง แม่ก็ไม่เห็นว่ามันจะหวานอย่างที่แกบอกตรงไหนเลย” แม่ว่าต่อ
“โอ้ย ใครกินเขาก็บอกว่าหวานกันทั้งนั้นแหละแม่ สูตรกาแฟแม่น่ะ” 
ยังมีการโต้คารมกันต่ออีกเล็กๆ น้อยๆ แต่ถึงตอนนี้พ่อที่นั่งอยู่ด้วยกันกับเราก็ปลีกตัวออกไปข้างนอกบ้านอย่างเงียบๆ แม่เทกาแฟที่ละลายให้เราด้วยน้ำอุ่นลงไปในแก้วที่ใส่น้ำแข็งรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นเดินถือมาให้เรา “เอ้า กินดูลูก”

เรากล่าวขอบคุณ ไอ้ไฝดูดเข้าไปอึกใหญ่แล้วบอกว่า แหม่..เข้มข้นดีจัง ส่วนผมรอสักพักพอเป็นพิธีก่อนจะดูดบ้าง ผมเป็นแบบนี้ ชอบรออะไรหลายๆ อย่างอย่างละนิดอย่างละหน่อยให้พอหอมปากหอมคอ
...แล้วดูดด้วยกระหาย

หวานบรม

ไม่ได้พูดออกไปดอกนะ แต่แค่แปลกใจที่ทำไมหนอแก้วไอ้ไฝกับแก้วผมมันไม่เหมือนกัน

เราเดินถือแก้วกาแฟออกมาเดินกินรับอากาศเช้าข้างนอกบ้าน พ่อไอ้รันกำลังเก็บข้าวของโน่นนี่ที่หลงเหลือจากงานให้เรียบร้อยอยู่ในโรงเก็บของโดยมีโอเลี้ยงวิ่งเล่นอยู่รอบๆ น้องแอลหลานมันก็อยู่ข้างนอกนี่ด้วย เจี้อยแจ้วสำเนียงเสียงแบบสุพรรณเล่นกับไอ้รันอยู่อีกทาง พ่อไอ้รันนั้นผมแกขาวทั้งหัวมาหลายปีแล้ว ผมไม่ค่อยเห็นคนผมขาวทั้งหัวที่ดูดีแบบพ่อเท่าไหร่ อาจเพราะแกดูเป็นคนสุขภาพดี

อากาศยามเช้าที่นี่เย็นสบาย เพราะเป็นบ้านที่ปลูกอยู่ท่ามกลางสวนมะม่วงจากน้ำพักน้ำแรงพ่อนั่นแหละ มีเสียงนกร้องคลอโรยอยู่บางๆ รอบๆ บ้าน จามจุรีต้นใหญ่แผ่ร่มเงาปกคลุมให้ความรื่นรมย์ไปทั่วบริเวณ พ่อเล่าว่าแกเอามาลงตั้งแต่ยังเป็นกล้าเมื่อสามปีก่อน แล้วมันก็โตวันโตคืนด้วยดินอันอุดมผืนนี้ ผมกับไอ้ไฝเดินไปทางพ่อหวังจะชวนแกคุย หรือไม่ก็ช่วยงาน หรืออะไรก็ได้ บังเอิญว่ามีขวดน้ำเปล่าจากเมื่อคืนวางอยู่ตรงนั้นพอดี ผมเองไม่รีรอที่จะหยิบขึ้นมาดื่มบรรเทาความหวานที่ได้มาจากในบ้านเมื่อครู่

“ขอกูด้วย” ไอ้ไฝกวักมือหยอยๆ ขอแบ่งน้ำขวดต่อจากผม
“แม่งหวานฉิบหาย” มันว่า
“อ้าว ไอ้ห่ะ ไหนในบ้านมึงบอกว่ารสเข้มข้น กูก็นึกว่า”

พ่อไอ้รันลุกเดินมาทางเราแล้วก็ส่งยิ้มให้พร้อมกับลังข้าวของที่ประคองอยู่ในมือ
“แม่ลูกเขาชงกันประจำแหละ” แกได้ยินทุกอย่างตั้งแต่เริ่ม

โอย...ผมนี่หัวร่องอหาย 
เรื่องนี้โคตรเจ๋ง!


_________________
ป.ล. เขียนถึงครอบครัวแพอ่อนด้วยเคารพรัก

11/25/2013

November Me / ปกกำมะหยี่ / พิธีแต่งงาน








เป็นเดือนที่หนักหนาทีเดียว
คือทั้งงานหนักและก็คิวแน่น ไล่เรียงมาตั้งแต่งานแต่งโอ๊คเมื่อปลายตุลาฯ สหายคิ้มแนะนำเราไป อวยไปว่าฝีมือเรานี่หาตัวจับยากมาก แน่ละสิ— แอบหัวร่อในลำคอทั้งน้ำตา ทว่าก็ดีใจไม่แพ้กัน เราเองร้างจากการถ่ายงานแต่งไปนานมาก จะให้ตรงเข้าเป้าเลยก็ต้องบอกว่า ร้  า  ง  ร  า จากการถ่ายรูปไปนานเนกาเล พอจะต้องมาถ่ายจริงๆ แบตฯ กล้องก็เสื่อม ต้องวุ่นวายซื้อหามาเตรียมการไว้ ไหนจะเลนส์จากทรงพลอีก ขอบคุณมาก เพราะอีกสองอาทิตย์ก็เป็นคิวเจ้าเชษฐ์ที่กบินทร์ฯ (ปี๊ดๆ) งานหลังนี่นอกจากจะต้องเตรียมแบตฯ กล้องแล้วยังต้องเตรียมความฟิตไปเปรสเหล้ากับบรรดาเดอะแก็งส์อีก ใช่ย่อยเสียที่ไหนไอ้พวกนี้ มันกินเหล้ากันเป็นน้ำ มิพักจะต้องพูดถึงงานเอสโซ่กับโบเฮ่ที่ลพบุรี-สระบุรีเมื่อต้นเดือน งานนั้นคณะบางแสนก็ขนกันมาเต็มวงพร้อมหางเครื่อง ปรมะก็บินตรงลงมาจากเจียงใหม่กับคุณวิชัย ลากเราไปจากสำนักงานตั้งแต่เย็นวันศุกร์ ทีแรกหมายใจจะนั่งรถไฟตามไปเช้าวันเสาร์ แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีใครเข้าใจ และก็เข้าใจไม่ได้ด้วยว่าทำไมมึงต้องตามไป วะ! ในเมื่อราชรถก็มารอรับมึงอยู่แล้ว นั่งไปด้วยกันนี่แหละ ขับไปไม่นานก็ถึง ซี้ย่ำปึ้กจากเจียงใหม่เขาว่าไว้แบบนั้น ไอ้เราก็เลยต้องเลยตามเลย โดดขึ้นรถไป เข้าเมืองมาอีกทีก็โน่น....บ่ายวันอาทิตย์โน่นเลย ในอาภรณ์เดียวกันกับเช้าวันศุกร์ สุดสัปดาห์นั้นก็บอบช้ำกลับมาเช่นกัน (ปี๊ดๆ) เบาหน่อยก็เป็นงานแอนนี่กับน้องๆ ที่สำนักงาน แต่ก็หลังจากที่ฟื้นไข้มานะ เพราะอยู่ดีๆ อาการหนาวสั่นก็จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวตอนบ่ายวันศุกร์ หลังจากดื่มโกโก้เย็นแก้วนั้นเข้าไปก็หนาวสั่นไม่หยุดเลย ต้องลากสังขารอันระโหยกลับมานอนซมอยู่ห้องหนึ่งวันเต็มๆ  กำลังวังชาถึงจะคืนฟื้นขึ้นมา เท่าที่จำได้เราไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ไม่รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวกับที่เราเบิกทวารตัวเองด้วยการทำดีท็อกซ์ในวันคล้ายวันเกิดหรือเปล่า ไม่น่าจะนะ (ปี๊ด!ๆ) งานล่านี้ไปเป็นแขกรับเชิญ งานชิลๆ เก๋ๆ โดยเฉพาะซุ้มถ่ายรูปแต่งงาน โอย...ฟ้ากับเหวเลย ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับที่กบินทร์ฯ ที่นั่นใช้ทางมะพร้าวดัดเอา บ้านมาก แต่ก็นะ ความแตกต่างนี่แหละคือความแตกต่าง ซึ่งในตลอดทั้งเดือนเราก็ยังต้องโหมออกแบบและปรับแก้ปกให้กับกำมะหยี่เขาด้วย เราได้โอกาสเป็นผู้ออกแบบ ‘คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ’ ของเฮียมูฯ เชียวนะ แน่ละ น้อยกว่ากันได้อย่างไรเล่า ก็ต้องเต็มที่ไม่ให้ขาดตกบกพร่องควบคู่ไปกับทำรูปแต่งงานให้โอ๊คและเจ้าเชษฐ์อยู่ทุกเมื่อเชื่อคืน

อา...พฤศจิกา
เป็นเดือนที่หนักหนาและเสียงดังทีเดียว

__________

ป.ล. 1 ลอยกระทงปีนี้สวยงามและเซอร์เรียลเหลือเกิน เราละชอบจริง : )
ป.ล. 2 แล้วก็ยังไม่ได้เขียนถึงนครพนมจนได้ T_T

10/31/2013

ออนซอนนครพนม


จากที่ติดอยู่ในใจมาตลอดหลายปี สุดท้ายก็สมอยาก
เหมือนพญานาค--ตัวพระธาตุฯ เองก็ไม่มีขา อยากกราบไหว้ก็ต้องขวนขวายหาเวลามากันเอง 
เริ่มต้นอย่างง่ายง๊าย...ยิ่งกว่าแช่แป้งทำพิซซ่าที่ตั้งใจจะไป

ปีวอกเหรอ? วันอาทิตย์เหรอ? ไม่ติดค้างใดๆ กันแล้วนะ : )

------------
ป.ล. แปะไว้ก่อน ไว้จะกลับมาเขียน

9/21/2013

1306/8


นานโขอยู่ที่ไม่ได้เจอะเจอ
หน.นิ้มมุนี่แต่งงานกับเปิ้ลจนมีลูกชายตัวโตแล้ว ทั้งคู่อยู่ชัยนาท
สุภางค์ดูสวยไม่สร่างเหมือนเดิม ส่วนไอ้นิ้ม..... U_U
จิเป็นเภสัชอยู่พระบาทฯ เพิ่งแต่งงานไปไม่นาน เราเองไปงานวันนั้นด้วย วันนั้นได้เจอปุ้มกับแจ็คจ้าด้วย เสียดายที่วันนี้ไม่เจอ
บีเพิ่งจบคอร์สโหราศาสตร์โหดสัสจาก อ.ลักษณ์ ฟันธง มา ช่างน่าตื่นเต้น
ห้องเรามี "หมอบี" เพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วนะหมอบี : )
ไอ้ปาร์ก นางฟ้าแห่งละครภาษาอังกฤษและเป็นคนเดียวกันกับมีกีต้าร์วง Z-UI ก็เป็นเถ้าแก่น้อยไปแล้วกับร้านเครื่องหนัง Vamp up ของมัน ที่ร่วมปลุกปั้นมากับมนต์ชัยไฝที่ไม่ได้มา
เพียชเองก็ไม่ได้มา เธอกลายเป็นแอกเน่ (Acne) ไปแล้ว อาจจะไม่ว่าง 55
อันนี้มุขไอ้ปาร์กมัน จำได้ ชอบ
ที่จริงคืนนี้ไอ้กอล์ฟก็ตั้งใจจะมา ถ้าไม่ติดว่าเป็นคืนหมาหอน ..พลาดเบย
แม้วไปชุบตัวอยู่อเมริกา กลับมาเป็น Marketing มันบอกว่า Happy Day Now
ต่อศักดิ์เขาก็ไปนะ แต่รายนี้รู้สึกจะไปเป็น Marketing อยู่อเมริกา แล้วกลับมาชุบตัวที่เมืองไทย (ฮา)
ไอ้เล็ก (1) เป็น ผอ. อยู่โรงพยาบาลสัตว์แถวพระรามสอง มันเป็นคนเก่งอยู่แล้ว เราเองจบ ม. ปลายมาได้ก็เพราะมัน กับซี้มัน— ชิโนบิ คืนนี้มันไม่มา
ไอ้เล็ก (2) ยุทธจักร สุวรรณศรี วิศกรใหญ่แห่ง รฟม. ผลงานของมันใครรู้แล้วต้องคารวะ มันอุทิศตนเพื่อความสุขมวลรวมโดยแท้
ไอ้ปืนนี่ก็เป็นถึงที่ปรึกษาสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์โน่น ไม่ธรรมดา
นุช, ส้ม และกิ๊บเองก็จบการศึกษาชั้นสูงและเป็นหัวเรือใหญ่อยู่กับบริษัทมีระดับ นุชอยู่ CMG ส้มอยู่ SCB (เอ...หรือกรุงศรีฯ นะ..ลืม) ส่วนกิ๊บนี่ทำงานเกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์อะไรสักอย่างนี่แหละ
พวกเธอทั้งสามดูเหมือนเดิม คือน่ารัก ฉลาด และมีสไตล์

และกับคนสุดท้าย ตุ๊บ ตุ๊บนี่สำคัญ (หลายคนก็เรียกว่าอีตุ๊บได้อย่างสนิทปาก)
She เป็นหมอ...ใหญ่อยู่ชุมพร She เป็นคนที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องของความเก่งกาจ ...หรืออุจาด..... U_U

9/03/2013

OUTING


"Life may not be the party we hoped for.
But while we're here, we should dance."

Jeanne C. Stein

..........

หลังจากที่ท่านผู้นำกล่าวเปิดงาน ร่วมรับประทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อย ก็เข้าสู่กิจกรรมบนเวที เรามีการแสดงจากแผนกต่างๆ ประมาณสี่ซ้าห้าชุดนะ ถ้าผมจำไม่ผิด บ้างก็ร้อง บ้างก็เต้น สุดแล้วแต่ว่าใครหรือทีมไหนจะตระเตรียมการอะไรมา จากนั้นจะมีการโหวต และผู้ที่ได้เสียงโหวตมากที่สุดก็จะได้รับรางวัลตอบแทนความอุตสาหะ

คนที่ไร้ซึ่งความพยายามอย่างผมนั้นก็ทำได้เพียงแต่ดื่ม และเป็นผู้ชมที่ดี
โห่ร้องและปรบมือตามแต่เห็นด้วยอยู่ที่โต๊ะ

การแสดงผ่านไปแล้วสามชุด ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดก็สูงขึ้นตามลำดับ ในตลอดเวลานั้นเสียงเพลงและเสียงหัวเราะไม่เคยห่างหาย ดีกรีความคึกคักสนุกสนานของงานก็ดูเหมือนจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ยังไม่ทันจะสี่ทุ่มดี พวกเราทั้งหลายชายหญิงก็ล้วนเมามายกันหมดแล้วโดยถ้วนทั่ว

ช่วงของการแสดงลุล่วง ผลรางวัลถูกประกาศ ‘พรโชว์’ ชนะเลิศอย่างเป็นเอกฉันท์ แล้วจากนั้นปาร์ตี้ที่แท้ก็เริ่ม ไล่ตั้งแต่ในห้องประชุม โยกย้ายไปที่สระน้ำ แล้วไหลต่อเข้าห้องนุ้กกี้ บรรดาคนที่ได้ไปต่อภาคสองที่สระก็ไม่แคล้วคลาดที่จะต้องถูกหามลงสระ หลายคนก็ปิดฉากงานเลี้ยงที่นี่ ส่วนพวกสายแข็งก็จะชำระล้างร่างกายแล้วไปต่อภาคจบของงานเลี้ยงที่ห้องของนุ้กกี้— สาวผมแดงเพลิงตาสีฟ้าผู้ปลูกวัชพืชภายให้ห้อง อันพร้อมเพียบด้วยเด็กรับใช้และเสาโรมันอยู่ในนั้น

เป็นคืนปาร์ตี้ที่ถ้าจะใช้คำว่า ‘โหดสัส’ ก็ดูเหมือนจะไม่ผิดอะไรเลย
มีเหตุเกิดขึ้นมากมาย ผมจึงเพียงจะจดจารขอเล่าถึงความประทับใจในการณ์หนึ่งในงาน มันเกิดขึ้นในภาคแรก— ที่ห้องประชุม  ก่อนที่ความโหดสัสจะครอบคุมพวกเขาและเธอ แน่นอน...รวมทั้งผม


ขณะที่หลายคนออกลีลากันอยู่หน้าเวทีไปกับเสียงเพลงเต้นรำ พี่โป่งในชุดเสื้อแขนตัดสีดำก็เดินเข้ามาขอเปิดคอนเสิร์ตเสมือนเล็กๆ สักสองสามสี่เพลงที่หน้าเวทีกับกีต้าร์โปร่งคู่กายที่แกหิ้วติดไป ทุกคนที่นั่นต่างก็ตีวงกันเข้ามาห้อมล้อมกันละกันไว้ โดยมีพี่โป่งแกเป็นดั่งศูนย์กลางจักรวาล รายรอบด้วยมวลชนเกือบสามสิบ ถ้าผมจำไม่ผิด จากนั้นเราก็ร่วมกันขับขานบรรเลงบทเพลงร่วมกันในระบบสุริยะนั้น

น้อยครั้งที่ผมจะยินยอมอยู่ร่วมในลักษณะทำนองนี้
คืนค่ำล้ำค่า สุราเมรัย มวลที่มีในขณะนั้นมันตราตรึงดึงดูด
เป็นห้วงเวลาที่สวยงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาดีแท้

ก็ไม่ได้จะสนับสนุนให้ดื่ม แต่บอกตามตรง...ผมไม่แน่ใจ
ว่าถ้าสัมปชัญญะสติคุณอยู่ตั้งมั่นอยู่ครบถ้วน แล้วภาพมินิคอนเสิร์ตเสมือนของพี่โป่งแกคืนนั้นมันจะยวนเย้าเร้าอารมณ์ร่วมคุณได้สมบูรณ์แบบแบบที่ผม (และพวกเรา) ซ่านซับรับกันได้หรือไม่

ไม่เห็นหรอก— แต่รับรู้ได้ว่าค่ำคืนนั้นในห้องฯ มันท่วมท้นเปียกปอนไปด้วยเอนโดฟินจำนวนมหาศาล และมองยังไงมันก็ไม่เหมือนคืนวันเสาร์เลย
มันเหมือนคืนค่ำของวันเมื่อวานมากกว่า