ในวันทำการจันทร์ถึงศุกร์ฉันจะลงรถไฟลอยฟ้าที่แยกอโศกแล้วออกเดินไปยังสำนักงานที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 21 เส้นนี้
ถ้าเดินในอัตราปกติอย่างสม่ำเสมอก็จะใช้เวลาราวสิบนาที โดยจะผ่านตลาดสด วินมอเตอร์ไซค์ ร้านแก็ส
ป้ายรถเมล์ ทางออกรถไฟใต้ดิน สยามสมาคม และอีกหลายร้านรวงริมทางเท้า
ตามเส้นทางที่ว่ามานั้น ช่วงหนึ่งจะต้องเดินผ่านฝูงนกพิราบที่เกาะกลุ่มกันอยู่หลายสิบตัวบนเส้นสายไฟเหนือหัว
ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะโดนขี้ของมันหล่นแหมะใส่หัวอย่างมาก ฉันละเสียวกับความเสี่ยงนี้ในทุกเช้าจริงๆ กลัวว่าจะลอดไม่รอด
หลายคนเลือกที่จะมุดลงไปเดินในทางเชื่อมของรถไฟใต้ดินตั้งแต่ลงรถไฟฟ้าแล้วมาโผล่อีกทีที่สยามสมาคมเลย แต่ฉันไม่ชอบ ไม่ชอบที่จะต้องเปิดกระเป๋าตรงจุดตรวจทุกครั้งให้พนักงานรักษาความปลอดภัยสาดไฟฉายส่องมาทั้งๆ ที่โฟกัสสายตายังอยู่กับคู่สนทนาอีกคนเพื่อขอไปที ฉะนั้นวิธีทางที่ฉันทำได้คือเดินเบี่ยงเลี่ยงหลบไปให้พ้นแนวกระสุนของบรรดาเจ้านกพิราบทั้งหลายเหล่านั้น
แต่พอผ่านพ้นช่วงรัศมีขี้ปนาวุธนี้ไป ฉันก็จะได้เดินด้วยความรื่นรมย์อีกครา
จนเมื่อมีการชุมนุม..
จนเมื่อมีการชุมนุมเกิดขึ้นที่แยกแห่งนี้..
จนเมื่อมีการชุมนุมเกิดขึ้นที่แยกแห่งนี้ ถนนหนทางถูกปิดกั้นเพื่อใช้เป็นพื้นที่ชุมนุมเรียกร้องความชอบธรรม เวทีขนาดย่อมๆ ถูกจัดตั้ง จอเรืองแสงแอลอีดี เครื่องขยายเสียง รายรอบด้วยเหล่ารถเข็นและแผงขายของจำนวนมหาศาลบนฟุตบาท ทุกวันช่วงแดดร่มลมตกจะมีการขึ้นปราศรัยของบรรดาแกนนำมากหน้าหลายตาพร้อมๆ กับการมาถึงและเข้าร่วมของมวลมหาประชาชนในย่านนี้ รถราถ้าจะวิ่งเข้ามาแถวนี้จะต้องวนอ้อมไปเข้าในอีกทางหนึ่ง ช่วงนี้ฉันจึงสามารถเดินผ่ากลางถนนไปยังสำนักงานได้เลยถ้าต้องการ หลังจากลงรถไฟฟ้า
อากาศยามเช้าเย็นสบาย
ฉันหันซ้ายกะจะทักทายสหายเก่าเบื้องบน
และเป็นในช่วงนี้เอง ที่เหล่านกพิราบได้หายไป
1/28/2014
1/22/2014
1/16/2014
เณปาลน่ะนะ
๑ มกรา ๕๗
ฟ้าเปิดรับปีใหม่แต่เช้า เผยให้เห็นอันนาปุรณะทั้งเทือกเต็มๆ ตาจนใจตื้นตัน
ไม่อยากจะคุย— แต่คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า เวลาที่เราซึ่งหน้ากับหิมาลายาในเหมันตเวลามันเป็นระหว่างเราที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังด้วยอารามศิโรราบกับอ้อมกอดของขุนเขาอันศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน
แล้วถ้าคุณคิดว่าปีใหม่เหมือนกระบี่ มันอยู่ที่ใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็เหมือนๆ กันละก็.. ผิด! มันไม่เหมือน และต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงด้วย ผมจะบอกให้
ว่าสาธุ เช้านี้ผมยืนอยู่กับวันวานบนแดนดินชมภูทวีป ต้นกำเนิดพุทธศาสนา พร้อมๆ กับที่ปรากฎยอดเขาหางปลามัจฉาปุฉะเรฉายสะท้อนอยู่นัยตาเชียวนะ
ว่าสาธุ เช้านี้ผมยืนอยู่กับวันวานบนแดนดินชมภูทวีป ต้นกำเนิดพุทธศาสนา พร้อมๆ กับที่ปรากฎยอดเขาหางปลามัจฉาปุฉะเรฉายสะท้อนอยู่นัยตาเชียวนะ
ฮะ...คุณว่าไงนะ
ไม่เอาน่า...บอกไปแล้วไงว่าผมไม่อยากจะคุย
1/08/2014
12/11/2013
จดหมายเหตุกาแฟ
“เอากาแฟสดมั้ย”
แม่ไอ้รันถามมาในตอนที่เราจัดการปลาดุกย่างกับสะเดาลวกเรียบร้อยและรวบช้อนแล้ว
สมการแห่งความอร่อย— จากที่ขรมปร่า สะเดาก็กลมกล่อมเมื่อเจอกับปลาที่ว่า
ผมกับไอ้ไฝมาดอนเจดีย์ตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อร่วมงานฌาปนกิจ หลังทราบข่าวการจากไปของน้องชายศรันย์มัน (อันจะเล่าถึงในคราวต่อไป) เรามาด้วยใจที่หมายจะไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้กับผู้วายชนม์ หลังจากปลงศพแล้วเสร็จ เราก็ปลงใจตกลงค้างที่บ้านมันเมื่อคืนแทนที่จะลากลับเลย แหม...ก็รสชาติปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมกับบรรยากาศริมแม่น้ำท่าจีนที่ศรีประจันต์มันดีเยี่ยมขนาดนั้น ก็เลยพาเราหมดรีเจนซี่ไปสองแบนแบบเบาๆ จนต้องกลับมาต่อกันอีกหน่อยที่บ้านงาน โทษฐานที่แนะนำร้าน
“เนี่ย พวกครูที่โรงเรียนเขาชงมาให้ตั้งแต่วันก่อน ยังเหลืออยู่ เอามั้ย เดี๋ยวแม่จะชงให้”
แม่พูดไปพลางก็เปิดช่องฟรีชไปพลาง เอากาแฟ (สด) เย็นที่มัดใส่เป็นถุงๆ เรียบร้อยแล้วออกมา เราเห็นกันไม่ถนัดแต่ก็รู้ได้ในทันทีเช่นกันว่าแข็งเป๊ก “เอานะ เดี๋ยวแม่ไปละลายน้ำอุ่นให้”
“โอ้ย กาแฟสดของแม่น่ะมันหว้านหวานเสียเหลือเกิน หนูนะต้องผสมน้ำเพิ่มเข้าไปตั้งเบิกแน่ะกว่าจะกินได้” พี่สาวไอ้รันที่ล้างจานอยู่ในครัวเริ่มส่งเสียงโหมโรง
“จะเติมน้ำเข้าไปให้มันได้อะไร สูตรเขามาแบบนั้นก็ต้องคงสูตรเขาไว้แบบนั้น จะไปเพิ่มไปลดอะไรของเขาน่ะมันไม่ได้ จะให้มันไปเหมือนอย่างที่เราชอบเสียหมดมันได้ที่ไหน” แม่ว่า
“แล้วอีกอย่าง แม่ก็ไม่เห็นว่ามันจะหวานอย่างที่แกบอกตรงไหนเลย” แม่ว่าต่อ
“โอ้ย ใครกินเขาก็บอกว่าหวานกันทั้งนั้นแหละแม่ สูตรกาแฟแม่น่ะ”
ฯ
ยังมีการโต้คารมกันต่ออีกเล็กๆ น้อยๆ แต่ถึงตอนนี้พ่อที่นั่งอยู่ด้วยกันกับเราก็ปลีกตัวออกไปข้างนอกบ้านอย่างเงียบๆ แม่เทกาแฟที่ละลายให้เราด้วยน้ำอุ่นลงไปในแก้วที่ใส่น้ำแข็งรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นเดินถือมาให้เรา “เอ้า กินดูลูก”
เรากล่าวขอบคุณ ไอ้ไฝดูดเข้าไปอึกใหญ่แล้วบอกว่า แหม่..เข้มข้นดีจัง ส่วนผมรอสักพักพอเป็นพิธีก่อนจะดูดบ้าง ผมเป็นแบบนี้ ชอบรออะไรหลายๆ อย่างอย่างละนิดอย่างละหน่อยให้พอหอมปากหอมคอ
...แล้วดูดด้วยกระหาย
หวานบรม
ไม่ได้พูดออกไปดอกนะ แต่แค่แปลกใจที่ทำไมหนอแก้วไอ้ไฝกับแก้วผมมันไม่เหมือนกัน
เราเดินถือแก้วกาแฟออกมาเดินกินรับอากาศเช้าข้างนอกบ้าน พ่อไอ้รันกำลังเก็บข้าวของโน่นนี่ที่หลงเหลือจากงานให้เรียบร้อยอยู่ในโรงเก็บของโดยมีโอเลี้ยงวิ่งเล่นอยู่รอบๆ น้องแอลหลานมันก็อยู่ข้างนอกนี่ด้วย เจี้อยแจ้วสำเนียงเสียงแบบสุพรรณเล่นกับไอ้รันอยู่อีกทาง พ่อไอ้รันนั้นผมแกขาวทั้งหัวมาหลายปีแล้ว ผมไม่ค่อยเห็นคนผมขาวทั้งหัวที่ดูดีแบบพ่อเท่าไหร่ อาจเพราะแกดูเป็นคนสุขภาพดี
อากาศยามเช้าที่นี่เย็นสบาย เพราะเป็นบ้านที่ปลูกอยู่ท่ามกลางสวนมะม่วงจากน้ำพักน้ำแรงพ่อนั่นแหละ มีเสียงนกร้องคลอโรยอยู่บางๆ รอบๆ บ้าน จามจุรีต้นใหญ่แผ่ร่มเงาปกคลุมให้ความรื่นรมย์ไปทั่วบริเวณ พ่อเล่าว่าแกเอามาลงตั้งแต่ยังเป็นกล้าเมื่อสามปีก่อน แล้วมันก็โตวันโตคืนด้วยดินอันอุดมผืนนี้ ผมกับไอ้ไฝเดินไปทางพ่อหวังจะชวนแกคุย หรือไม่ก็ช่วยงาน หรืออะไรก็ได้ บังเอิญว่ามีขวดน้ำเปล่าจากเมื่อคืนวางอยู่ตรงนั้นพอดี ผมเองไม่รีรอที่จะหยิบขึ้นมาดื่มบรรเทาความหวานที่ได้มาจากในบ้านเมื่อครู่
“ขอกูด้วย” ไอ้ไฝกวักมือหยอยๆ ขอแบ่งน้ำขวดต่อจากผม
“แม่งหวานฉิบหาย” มันว่า
“อ้าว ไอ้ห่ะ ไหนในบ้านมึงบอกว่ารสเข้มข้น กูก็นึกว่า”
พ่อไอ้รันลุกเดินมาทางเราแล้วก็ส่งยิ้มให้พร้อมกับลังข้าวของที่ประคองอยู่ในมือ
“แม่ลูกเขาชงกันประจำแหละ” แกได้ยินทุกอย่างตั้งแต่เริ่ม
โอย...ผมนี่หัวร่องอหาย
เรื่องนี้โคตรเจ๋ง!
_________________
ป.ล. เขียนถึงครอบครัวแพอ่อนด้วยเคารพรัก
11/25/2013
November Me / ปกกำมะหยี่ / พิธีแต่งงาน
เป็นเดือนที่หนักหนาทีเดียว
คือทั้งงานหนักและก็คิวแน่น ไล่เรียงมาตั้งแต่งานแต่งโอ๊คเมื่อปลายตุลาฯ สหายคิ้มแนะนำเราไป อวยไปว่าฝีมือเรานี่หาตัวจับยากมาก แน่ละสิ— แอบหัวร่อในลำคอทั้งน้ำตา ทว่าก็ดีใจไม่แพ้กัน เราเองร้างจากการถ่ายงานแต่งไปนานมาก จะให้ตรงเข้าเป้าเลยก็ต้องบอกว่า ร้ า ง ร า จากการถ่ายรูปไปนานเนกาเล พอจะต้องมาถ่ายจริงๆ แบตฯ กล้องก็เสื่อม ต้องวุ่นวายซื้อหามาเตรียมการไว้ ไหนจะเลนส์จากทรงพลอีก ขอบคุณมาก เพราะอีกสองอาทิตย์ก็เป็นคิวเจ้าเชษฐ์ที่กบินทร์ฯ (ปี๊ดๆ) งานหลังนี่นอกจากจะต้องเตรียมแบตฯ กล้องแล้วยังต้องเตรียมความฟิตไปเปรสเหล้ากับบรรดาเดอะแก็งส์อีก ใช่ย่อยเสียที่ไหนไอ้พวกนี้ มันกินเหล้ากันเป็นน้ำ มิพักจะต้องพูดถึงงานเอสโซ่กับโบเฮ่ที่ลพบุรี-สระบุรีเมื่อต้นเดือน งานนั้นคณะบางแสนก็ขนกันมาเต็มวงพร้อมหางเครื่อง ปรมะก็บินตรงลงมาจากเจียงใหม่กับคุณวิชัย ลากเราไปจากสำนักงานตั้งแต่เย็นวันศุกร์ ทีแรกหมายใจจะนั่งรถไฟตามไปเช้าวันเสาร์ แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีใครเข้าใจ และก็เข้าใจไม่ได้ด้วยว่าทำไมมึงต้องตามไป วะ! ในเมื่อราชรถก็มารอรับมึงอยู่แล้ว นั่งไปด้วยกันนี่แหละ ขับไปไม่นานก็ถึง ซี้ย่ำปึ้กจากเจียงใหม่เขาว่าไว้แบบนั้น ไอ้เราก็เลยต้องเลยตามเลย โดดขึ้นรถไป เข้าเมืองมาอีกทีก็โน่น....บ่ายวันอาทิตย์โน่นเลย ในอาภรณ์เดียวกันกับเช้าวันศุกร์ สุดสัปดาห์นั้นก็บอบช้ำกลับมาเช่นกัน (ปี๊ดๆ) เบาหน่อยก็เป็นงานแอนนี่กับน้องๆ ที่สำนักงาน แต่ก็หลังจากที่ฟื้นไข้มานะ เพราะอยู่ดีๆ อาการหนาวสั่นก็จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวตอนบ่ายวันศุกร์ หลังจากดื่มโกโก้เย็นแก้วนั้นเข้าไปก็หนาวสั่นไม่หยุดเลย ต้องลากสังขารอันระโหยกลับมานอนซมอยู่ห้องหนึ่งวันเต็มๆ กำลังวังชาถึงจะคืนฟื้นขึ้นมา เท่าที่จำได้เราไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ไม่รู้ว่ามีส่วนเกี่ยวกับที่เราเบิกทวารตัวเองด้วยการทำดีท็อกซ์ในวันคล้ายวันเกิดหรือเปล่า ไม่น่าจะนะ (ปี๊ด!ๆ) งานล่านี้ไปเป็นแขกรับเชิญ งานชิลๆ เก๋ๆ โดยเฉพาะซุ้มถ่ายรูปแต่งงาน โอย...ฟ้ากับเหวเลย ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับที่กบินทร์ฯ ที่นั่นใช้ทางมะพร้าวดัดเอา บ้านมาก แต่ก็นะ ความแตกต่างนี่แหละคือความแตกต่าง ซึ่งในตลอดทั้งเดือนเราก็ยังต้องโหมออกแบบและปรับแก้ปกให้กับกำมะหยี่เขาด้วย เราได้โอกาสเป็นผู้ออกแบบ ‘คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ’ ของเฮียมูฯ เชียวนะ แน่ละ— น้อยกว่ากันได้อย่างไรเล่า ก็ต้องเต็มที่ไม่ให้ขาดตกบกพร่องควบคู่ไปกับทำรูปแต่งงานให้โอ๊คและเจ้าเชษฐ์อยู่ทุกเมื่อเชื่อคืน
อา...พฤศจิกา
เป็นเดือนที่หนักหนาและเสียงดังทีเดียว
__________
ป.ล. 1 ลอยกระทงปีนี้สวยงามและเซอร์เรียลเหลือเกิน เราละชอบจริง : )
ป.ล. 2 แล้วก็ยังไม่ได้เขียนถึงนครพนมจนได้ T_T
10/31/2013
ออนซอนนครพนม
จากที่ติดอยู่ในใจมาตลอดหลา
เหมือนพญานาค--ตัวพระธาตุฯ เองก็ไม่มีขา อยากกราบไหว้ก็ต้องขวนขวายห
เริ่มต้นอย่างง่ายง๊าย...ยิ่งกว่าแช่แป้งทำพิซซ่าที่ตั้งใจจะไป
ปีวอกเหรอ? วันอาทิตย์เหรอ? ไม่ติดค้างใดๆ กันแล้วนะ : )
------------
ป.ล. แปะไว้ก่อน ไว้จะกลับมาเขียน
Subscribe to:
Posts (Atom)













