4/10/2008

เสื้อสีดำกับดอกกุหลาบ


1
หลังการจากไปของย่า ครั้งนี้เป็นการสูญเสียอีกครั้งในครอบครัว

ไม่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกุหลาบดอกนั้นอีกต่อไปแล้ว

2
ห้าวันก่อน...

เป็นปกติที่ผมต้องเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าร้านนั้นทุกวัน ถ้าเลือกลงรถไฟฟ้าที่สถานีช่องนนทรี แล้วเดินต่อเข้าสำนักงาน

วันนี้หน้าร้านขายเสื้อผ้ามีเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ, แดงเข้ม และขาวหลายตัวแขวนอยู่ด้านหน้าร้าน และมีป้ายเขียนตัวเลขกำชับไว้ชัดเจนว่า "79"
เสื้อยืดสีดำเรียบหนึ่งในนั้นต้องตาผมอยู่ไม่น้อย ทั้งที่ปกติแล้วถ้าไม่มีคนซื้อมาฝาก, แถมมากับสินค้าหรือโปรโมชั่นสงเสริมการขายอะไรสักอย่างแล้ว น้อยครั้งนักที่ผมจะตั้งใจพินิจเสื้อยืดที่แขวนขายอย่างสนใจที่จะจับจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งการเป็นเจ้าของๆ มัน

"ลดได้ไหมครับพี่" ผมถามพ่อค้าแสดงความสนใจให้รู้
"ผ้าเนื้อดีนะ ไม่แพงหรอก อย่าต่อเลย" พี่พ่อค้าตอบ
ผมนิ่งคิด แล้วตอบขอบคุณพร้อมกับตัดสินใจว่าเอาไว้ก่อน ยังไม่จำเป็นต้องซื้อ อีกอย่าง-ผมไม่ใช่คนจับจ่ายใช้เงินง่ายขนาดนั้น (ทั้งที่ราคา 79 บาทก็ถือว่าถูกแสนถูกอย่างที่พี่เค้าบอกแล้วก็ตาม)

เช้าวันนั้นผมไม่ได้ซื้อ แล้วเดินจากไป

3
คืนนี้เวลาหนึ่งทุ่มมีการสวดอภิธรรมศพที่วัดเป็นคืนแรก
และเช้าวันนี้ก็เป็นปกติที่ผมต้องเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าร้านนั้นทุกวัน
ทว่าวันนี้ผมกำลังสวมใส่เสื้อสีดำเรียบๆ ไร้ลวดลายตัวนั้นเสียแล้วอย่างไม่ต้องมีการต่อรองใดๆ

ผมซื้อมันแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมเดินจากมันไปพร้อมกับความคิดในใจว่ายังไม่จำเป็น

นาทีนี้- ความรู้สึกอยากสวมใส่มีค่าเท่ากับสูญ

4
กุหลาบดอกที่เคยโชยกลิ่นหอมชวนให้รื่นรมย์เรื่อยมา
วันนี้ได้ร่วงโรยราแล้ว

ไม่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกุหลาบดอกนั้นอีกต่อไป

.........

3/30/2008

วับๆ WOM ๆ # 2


“วิทยาศาสตร์สอนให้เราไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เช่น ถ้ารู้ทฤษฎีความน่าจะเป็น จะรู้ว่าการแทงหวยมีโอกาสถูกยากมาก ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรจะทุ่มเงินลงไปแค่ไหน วิทยาศาสตร์มีความงดงามตรงที่ทำให้เราไม่มองอะไรแค่ผิวเผิน แต่มองลึกเข้าไปถึงแก่น เป็นประตูให้มนุษย์เข้าไปศึกษาและเข้าใจถึงกฎเกณฑ์ความเป็นไปของสรรพสิ่งในธรรมชาติ เมื่อเราซาบซึ้งถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ก็จะนำมาซึ่งความอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักลดอัตตาของตัวเอง”

จุมพล เหมะคีรินทร์

.........

WOM เล่ม 2 ออกแล้ว!
เดือนที่ผ่านมาโดนดูดพลังงานไปไม่เบาเลย ยุ่งเหยิงไปหน่อย ไอ้ที่อยากจะเล่า อยากจะเขียนพอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่หนักแน่นพอ มันเจือจางจนจืดชืดหมดแล้ว คงต้องจัดการเรื่องเวลาเสียใหม่ในเร็ววันนี้

วันก่อนโชคดีที่ยังคงได้มดซ่าส์ตัวแสบมาถ่ายแบบหนังสือลง Blog ให้เหมือนเดิม หลังจากโดนหว่านล้อมด้วยกลอุบายต่างๆ นานาให้มาเป็นแบบถ่ายเล่มแรกลงให้เมื่อเดือนที่แล้ว ขอบใจมากที่ยอมทำท่าตามสั่ง (แม้จะอิดออดบ้างในบางท่า) ไอ้เสื้อยืดสีเหลืองของเธอที่ดูแปล่งๆ ในทีแรก พอเอาไปวางกับฉากหลังรูปพุ่มไม้สีเขียวที่แวะถ่ายมาก่อนนั้น บวกกับกังหันเด็กเล่นที่ติดมือมาจากเต้นท์อาหารไม่ไกลจากออฟฟิช รูปก็ออกมาดูกรุ้มกริ่มและเก๋ไปอีกแบบ

3/23/2008

Zadunkai











ซาดังไค (Zadunkai) เป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง การล้อมวงสนทนา พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติและประสบการณ์กันและกัน โดยมีกำหนดสถานที่ และวันเวลากันไว้ เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและการตัดสินใจ

ได้ไปถ่ายบรรยากาศมาใช้ลงในนิตยสาร (แม้จะฟังไม่ออกก็ตาม) เลยคิดว่าน่าจะลองจัด "ซาดังไค" ดูเองบ้างก็น่าจะสนุกดี ตอนนี้มีสถานที่ในใจอยู่แล้ว ถ้ายังไงอะไรๆ ลงตัวเมื่อไหร่จะลองจัดดู

ถึงตอนนั้นจะบอกรายละเอียดที่บล้อกนี้แล้วกัน ใครหลงเข้ามาอ่านเจอก็เชิญล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ เลยเน่อ

ตั้งชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยว่า "ล้อมวงเล่า" (ไม่รู้ว่าจะไปซ้ำกับใครหรือเปล่า ไม่ได้เช้ก ไม่ว่ากันนะ^^) ไม่มีพิธีอะไรมากนอกเสียจากนั่งจิบเบียร์เย็นๆ (หรือใครจะสะดวกเครื่องดื่มอะไรก็ตามเชิญ) นั่งคุยกัน

งานจัดเดือนละครั้งช่วงต้นเดือน (เพราะเชื่อเหลือเกินว่าช่วงสิ้นเดือนหลายคนอาจกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง กระเป๋าแห้ง เหมารวมถึงผู้จัดด้วย!) มีวิทยุให้หนึ่งเครื่องไว้เปิดเพลง ใครมีเพลงเจ๋งๆ ก็เอามาแนะนำกันได้ แต่ขอฟังง่ายๆ รื่นหูหน่อยนะ จะได้เอื้อกับลักษณะงาน

หนังหรือหนังสือดีๆ ก็เอามาให้หยิบยืมกันในวันงาน ข้อแม้มีอย่างหนึ่ง คือ นำอาหารมาเอง เพราะไม่มีให้ และก็ไม่คิดว่าจะมีให้ด้วย อยากกินอะไรก็เอามาเองสิ ดีเสียอีกกินด้วยกันหลายๆ คนน่าจะอร่อยกว่ากินเองคนเดียวตั้งเยอะ พอคิดถึงวันที่คนมาล้อมวงเล่ากันเยอะๆ สัญจรไปตามที่ต่างๆ คงสนุกดี^_^