2/09/2012

Inter (rest) sections


ช่างเป็นสี่แยกที่น่าสนใจอะไรอย่างนี้หนอ!

เพราะความตื่นเต้นจะมาเยือนทันทีที่คุณโผล่พ้นขึ้นมาจากรถไฟฟ้าใต้ดิน
คุณจะเจอะเจอบรรดาพี่วินมอเตอร์ไซค์สายพานซูชิไข่กุ้งที่ตรงแยกนั้น
(ไม่มีใครบอก— ผมตั้งชื่อเรียกนั่นของผมเอง)
ยิ่งในชั่วโมงเร่งด่วน พวกพี่วินฯสายพานที่นี่วิ่งกันตาลายตาเหลือกกันเลยทีเดียว

หากละความน่าสนใจของพี่วินฯ ไปได้ แล้วลองพิจารณามองโดยรอบให้ถ้วนถี่
คุณอาจจะพบสัจธรรมแห่งมหานครเมืองฟ้าอมรที่สี่แยกนี้ก็เป็นได้

มุมฝั่งหนึ่งใต้ต้นศรีมหาโพธิ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์เป็นชุมทางมาช้านาน
อันมีรถไฟฟ้าใต้ดิน มีวินฯ มอ'ไซค์ มีคิวรถสองแถว รวมถึงจุดจอดแท็กซี่
ทั้งอีกใกล้ๆ กันนั้นก็ยังมีป้ายจุดจอดรถโดยสารประจำทางด้วย

นั่น— มุมฝั่งนั้นเป็นคอนโดหรูสนนราคาค่าห้องหลายแสนหลายล้าน
เป็นห้องชุดชนิดที่ว่าลำพังเพียงคนมีสตางค์อย่างเดียวคงซื้อไม่ได้

โน่น— มุมฝั่งโน้นเป็นศาลพระพิฆเนศ ศูนย์รวมแห่งความเชื่อความศรัทธา
และในเพลาค่ำก็จะปรากฎแม่หมอ พ่อหมอต่างๆ มาตั้งโต๊ะทำนายทายทัก

และอีกมุมฝั่งสุดท้าย ฝั่งของท่านชายทั้งหลาย
ฝั่งนี้ไม่คุ้นชินกับกลิ่นกลางวันนัก แต่ในยามราตรี บรรดาหมอสมัยใหม่หน้าแฉล้มก็จะกรีดกรายออกมาเฉิดฉายให้ท่านชายได้เชยชมกันจนฟ้าสาง

มหานครแท้ก๋า.. แยกรัชดา—ห้วยขวาง

1/26/2012

My Big Fat Jeab Wedding ^ , ^



พี่เจี๊ยบกำลังจะลั่นระฆังวิวาห์ต้นมีนา
เลยชวนเรากับ djbeing ไปช่วยถ่าย Pre-Wedding ให้หน่อย
บอกตามตรงว่าไม่ถนัดนัก ทำให้ต้องทำการบ้านกันนิดนึง
แต่หลังจากถ่ายเสร็จแล้ว โดยรวมก็เป็นที่น่าพอใจ

หนึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้และตระหนักจากงานนี้ก็คือ
กับบางงาน ผู้ช่วยนั้นสำคัญมาก สำคัญจริงๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
งานๆ นั้นอาจจะลุล่วงหรือล้มเหลวก็อยู่ที่ผู้ช่วยหรือทีมงานนั่นเอง
โดยเฉพาะทีมงานที่พูดจาภาษาเดียวกันนี่สำมะคัญนักแล

Thanks for all ; - )

1/18/2012

excuse

“ขอโทษนะ ผมเป็นตำรวจ”
ผมเหลียวหันมองไปตามต้นสายของเสียงที่ว่า
คุณคุ้นๆ กันบ้างไหม ไม่เป็นไร ไม่ได้สลักสำคัญอะไร บางคนอาจจะไม่เข้าใจ นั่นเป็นเพราะเรามี ‘ขอบเขตแห่งการอ้างอิง’ (Field of reference) แตกต่างกันไป แต่ผมไม่เคยลืม กับประโยคแคลาสสิกที่ชื่นชอบอันโด่งดังของ Infernal Affairs จากปากเฮียเหลียงฯ ตอนที่เฮียเขาพูดออกไปในฉากใกล้จบของเรื่องนั้นยังคงสถิตติดอยู่ในใจ

จะว่าไปผมค่อนข้างมั่นใจทีเดียวว่าพี่เขา (พี่คนพูด— กลับมาที่พี่คนที่พูดกับผมแล้วนะ) เป็นตำรวจของจริงขนานแท้ อิงเอาจากแผ่นป้ายทะเบียนสีกากีมีตราโล่ท้ายพาหนะที่พี่เขาขี่มาแผ่นนั้น คือถ้าพี่เขาไม่ใช่ผู้ร้ายที่อุตริริขโมยรถจักรยานยนต์คุณตำรวจตัวจริงเสียงจริงเขามา ก็หมายความว่าพี่เขา (เองนั่นแหละน่าจะ) เป็นตำรวจตัวจริงเสียงจริงจริงๆ อย่างที่บอก

เดี๋ยวสิ! นี่อะไร! เปล่านะ! ผมไม่ได้เป็นสายให้ใครนะ ไม่เคยฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่เคยไปฆ่าแกงหรือจี้ปล้นใคร ไม่เคยทำร้ายร่างกายใครนอกจากตัวเอง
โอเค— อาจมีบ้างที่เมาแล้วต้องกลับบ้านจึงจำเป็นต้องขับยวดยานยนต์ แต่นั่นมันก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อยครั้งมาก

“เพื่อนอสุจิ๋ว”
พี่ชายร่างกายกำยำพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในวลีบอกเล่าธรรมดาๆ แต่ใส่เครื่องหมายคำถามมาด้วยบนใบหน้าที่ขรึมเข้มคมคายเหมือนนายทองเหม็น
หนึ่งในวีรบุรุษผู้หาญกล้าจากบางระจัน

“ครับ” คำเดียวที่หลุดรอดออกจากปากผมไป

“ทีมเดียวกัน”
พี่เขาพูดอีกทีในรูปแบบเดิมด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด
ทว่าแต่รอบนี้มีแอบโยนรอยยิ้มส่งตามท้ายมาด้วย พร้อมกับนิ้วมือที่ชี้ไปมาๆ ทางผมและพี่เขาอันอ่านออกได้ประมาณว่า ‘เหมือนกัน’ หรือ ‘พวกเดียวกัน’

“อ๋อ......ครับ”

ความโปร่งโล่งก่อเกิดขึ้นภายในอกผมทันใด อารมณ์คลายๆ ตอนลุ้นอ่านค่าชุดเครื่องมือตรวจการตั้งครรภ์แล้วพบว่าผลออกมาเป็นลบ ไม่ปรากฎเส้นแถบเพิ่ม โอละพ่อ— เพื่อน ‘ไอ้จิ๋ว’ นี่เอง ข้าราชการตำรวจไทยเราไม่ค่อยชำนาญในเรื่องการติดต่อสื่อสารจริงๆ ด้วยนั่นแหละ
แหม...ไอ้เราก็คิดฟุ้งเป็นคุ้งเป็นแควไปถึงไหนต่อไหน จริงสิ— มันเป็นตำรวจ และมันก็ส่งเทียบเชิญชวนผมมาเตะบอลกับพวกเพื่อนๆ มันทางเฟสบุ๊ก จึงเป็นเหตุให้ผมต้องมายืนรออย่างโดดเดี่ยวในซอยเปลี่ยวอยู่คนเดียวเช่นนี้ เล่นเอาเสียตกอกตกใจหมด ขี้ตกใจไม่น้อยนะเรา ฮ่าๆ ๆ มันเป็นตำรวจ พวกเพื่อนมันก็น่าจะเป็นตำรวจสินะ ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ

.........

ถึงจะเหนื่อยแท้ แต่ก็สนุกจริง วันนั้นผมขอตัวกลับก่อนเพราะเดี๋ยวจะดึก แต่ดันสะเพร่าลืมกระเป๋าหิ้วทิ้งไว้ที่สนาม จึงเคาะข้อความไปถามคุณอสุจิ๋วมันทางเฟสฯ (I love Facebook and I play always) ว่ามีใครได้เก็บไว้ให้บ้างหรือเปล่า แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะสภาพมันก็ย่ำแย่เสียเหลือเกินที่จะเยียวยาแล้ว จะได้ถือโอกาสซื้อใหม่พร้อมกับสตั๊ดที่พังไปวันนั้นเสียเลย

แล้วคำตอบอันชวนชื่นหัวใจที่มันเคาะแป้นพิมพ์ส่งกลับมาสั้นๆ แต่ได้ใจความหนักหน่วงเหมือนกับคุณพี่เขาคนนั้น— นายทองเหม็น— เพื่อนมัน ก็คือ...
‘ค่าไถ่’

ผมเคาะกลับไป
‘ขอโทษนะ ไหนเพื่อนมึงบอกว่าพวกมึงเป็นตำรวจ แสรดดด’

12/30/2011

จดหมายจากมังกร

ถึงคุณพี่ 1306ix

ตื่นเช้าขึ้นมาวันนี้ จู่ๆ หนูก็มีอะไรอยากจะบอก
จำฉบับแรกที่เคยเขียนบอกพี่ได้ไหมคะ
ว่าหนูเจอพี่แล้ว คิดถึงแฟนคนแรก
เมื่อวันก่อนตอนเราได้คุยกันอีกครั้ง ความรู้สึกนี่ก็ยังเป็นอยู่

แฟนคนแรกของหนูเป็นคนสุรินทร์ถิ่นปราสาทหินค่ะ เขาเป็นคนง่ายๆ ยิ้มหวาน หวานแบบหวานผ่าซากน่ะคะ แล้วพอบทจะหวานก็หวานซ้าาา
อ้อ! อีกอย่างเขาก็เป็นคนตลกหน้าตายด้วยล่ะ ฮ่าๆๆ
เขาเป็นคนมองเห็นคุณค่าในตัวผู้หญิงคนนี้ จากสิ่งที่เป็น
ไม่ใช่จากรูปกาย หน้าตา หรือว่าฐานะ
เขารักหนูที่เป็นหนู เป็นหนูที่ไม่ได้ตกแต่งประดับประดา
แต่เป็นหนูที่ร่าเริงและสร้างรอยยิ้มให้เขา

ไม่รู้ว่าบอกพี่ตอนนี้จะดูสายเกินไปหรือเปล่านะคะ
แต่หนูอยากรู้จักกับพี่ตั้งแต่ตอนที่เราได้คุยกันในการเดินทางคราวนั้น
แต่ติดปัญหาตรงที่พี่มีคนรักแล้ว...
และหนูว่าการเดินตามใครมันเหนื่อย
แค่ได้มองเห็นคนๆ หนึ่งจากมุมที่เรายืนอยู่ แค่นี้ก็โอเคนะคะ นะคะ เจอะกันสักแป็บนึง... (เอ่อ.. มุกหนูพอใช้ได้ไหมคะ)

นอกจากจะชอบมองดูรูปถ่ายของพี่ อ่านสิ่งที่พี่เขียนแล้วชอบ จนต้องไปหาซื้อหนังสือของพี่ที่เข้าข่ายของป่าหายากไปแล้วมาจนได้ หนูยังชอบกิจกรรมง่ายๆ ที่จันทบุรีของพี่ด้วย พี่เป็นแฟมิลี่แมน รักครอบครัว จริงๆ นะ หนูรู้สึกได้
ถึงแม้หนูอาจจะรู้สึกช้าไปหน่อย เพราะหนูเป็นคนไม่ค่อยมองคนที่ลักษณะภายนอก การสัมผัสเข้าถึงและเพิ่งรู้สึกก็เลยจะนาน ทำให้หนูมาช้าไปเสมอ
แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ

สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ ดีใจมากที่เจอแล้ว กับคนแบบนี้
อยากให้รับหนูไว้เป็นเพื่อนรุ่นน้องสักคน
หนูไม่งอแง (แค่เผลอไผลกินเก่งไปบ้างบางมื้อ) ร่าเริงและชอบดูหนังค่ะ
ปีหน้าฟ้าใหม่เราคงได้เจอกันนะคะ

โอเคนะคะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

^__^

มังกร


.........
.........
.........


ขอบคุณสำหรับจดหมายนะครับ
และขอบคุณจริงๆ กับความรู้สึกที่เขียนมาถึงกัน
ขอให้น้องมีความสุขความเจริญ
สุขภาพแข็งแรง ทั้งกายใจ
สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ น้องมังกร

1306ix

12/19/2011

นักมายากล

เมื่อถึงเวลาที่นัดหมาย ยอดชายนายฌองก็ระเบิดกลชุดที่ชื่อว่า 'ซ่อนจันทรา' ตามคำมั่นสัญญาที่ให้กับเราไว้เป็นเวลากว่ายี่สิบห้านาที
ทุกสายตาค่ำคืนนั้นต่างล้วนตกตะลึงงันกับความมหัศจรรย์ที่ประจักษ์
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ในเมื่อเราทั้งเก้าเห็นพ้องต้องกัน คงเป็นอื่นใดไปไม่ได้
นักมายากลจากฝรั่งเศสของเราได้ร่ายมนต์อัญเชิญเทพราหูออกมาปรากฎกาย แล้วค่อยๆ เคลื่อนย้ายร่างไปทำการอมดวงจันทร์วันเพ็ญจนมิดมืดหายวับเข้าไปในความลี้ลับภายใต้ราตรีสีดำ
ตั้งแต่เกิดมาผมเพิ่งจะเคยพบเคยเห็นอภิมหาสุดยอดมายากลระดับจักรวาล (ก็พี่เล่นกันนอกโลก) ซึ่งๆ หน้าแบบนี้ก็ครั้งนี้เอง

ชัดเลยว่าฌองไม่ธรรมดา

.........

ผมรู้จักกับสามฝรั่งเศสผ่านการแนะนำของมาดามจิ๊กที่เชียงใหม่
อันประกอบด้วย ฌอง, มีมี่ และโอลิเวียร่า
จากคำบอกเล่า ทั้งสามต่างมีความสามารถพิเศษกันคนละแบบ
โอลิเวียร่านั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านธรณีวิยา สายตาอันคมคายของโอลิเวียร่านั้นสามารถเพ่งพินิจหินดินทรายต่างๆ แล้วแปลงค่าจากสิ่งที่เห็นเป็นข้อมูลจำเพาะในรูปแบบเอกสารเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยต่อไปได้ ส่วนมีมี่นั้นมีความสามารถทางด้านภาษา คือเธอสามารถพูดคุยกับบรรดาต้นยูคาลิปตัสได้อย่างได้เรื่องได้ราว (เป็นความสามารถที่น่าสนใจมาก!)
และอย่างที่บอก– ฌองเป็นนักมายากล

"ว้าวววววว!"
เราต่างอุทานประสานเสียงให้กับความสามารถของแต่ละคน
ไม่พลาดอยู่แล้ว– เรารบเร้าให้ฌองแสดงมายากลอะไรก้ได้ให้ดูเป็นขวัญตา ด้วยว่าร้างราจากการรับชมศาสตร์การแสดงดังกล่าวมานานนม
“โปรดอดใจรอจนในเวลาที่ท้องฟ้าเป็นสีดำก่อนเถิด”
ฌองรับปากว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะแสดงสุดยอดแห่งกลให้เราได้ยลกันแน่นอน
ขอแค่รอเวลาให้เหมาะสมตามที่บอก
เรายิ้มรับคำ และรอคอย

.........

“กรุณาส่งเสียงดังเพื่อคลายกลเถิดพี่น้อง”
ฌองส่งเสียงบอกคณะเราให้ตื่นจากความเงียบงัน
พอกลับมารู้สึกตัวอีกที พี่แฮมก็ควักลูกซองประจำกายขึ้นมายิงขึ้นฟ้าเสียงกึกก้องดังกังวาน พี่แจ๋วคว้าตะเกียบปิ้งหมูใกล้มือขึ้นมาระรัวเคาะโต๊ะให้จังหวะโจ๊ะแบบไทยๆ ส่วนพี่มาร์กก็จัดแจงหยิบคอมพิวเตอร์แบบพกพาขึ้นมาต่อกับเครื่องเสียงเพื่อเปิดโปรแกรมฯ ด้วยความคล่องแคล่ว

“ได้โปรดส่งเสียงเพื่อคลายกลของข้าพเจ้าเถิดสหาย แล้วทุกๆ อย่างจะกลับสู่สภาวะปกติ” ฌองย้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาเล็กน้อย
ดูท่าทางว่าเสียงที่เกิดขึ้นน่าจะยังดังไม่พอ
พี่มาร์กส่งสัญญาณมาทางผมว่าติดตั้งระบบปฏิบัติการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
บังเอิญว่าไมโครโฟนนั้นมันมาอยู่ในมือผมตอนไหนก็ไม่รู้
แล้วผมจะทำอย่างไรได้เล่า นอกจาก..

“งั้นขอคันหูของน้องจ๊ะละกันครับ” ผมตะโกนบอกเพลง
จากนั้นอินโทรก็โหมขึ้นมา
แล้วผมก็กรีดร้องสุดเสียง!!