- 1 -“รูปสวยมากฮะ”
สุภาพบุรุษจากหลังสวนคงได้รับรูปและกางเกงยีนส์สีดำเข่าขาดขนาดเอว 38 ที่ลืมไว้ที่บ้านงานเมื่อคราวขึ้นมาร่วมฉลองมงคลสมรสที่ลำพูนเรียบร้อยแล้ว ถึงได้ฤกษ์โทรมาหาผม
“ที่ว่าสวยน่ะ รูปที่กูถ่ายพวกมึงหรือเพื่อนเจ้าสาว?”
ผมเย้ากลับไปทางปลายสาย
“แหม.. รูปสิฮะ รูปสวยมากฮะ”
เสริมศักดิ์น่ารักก็ตรงที่ชอบลงท้ายประโยคด้วยหางเสียงว่า “ฮะ” นี่แหละฮะ
- 2 -ลำบากกูอีก— ผมพึมพำพอเป็นพิธีแล้วยื่นสมุดโน้ตให้ไอ้โด่งจดที่อยู่ให้
เพราะเป็นผมที่ต้องส่งรูปที่ถ่ายไว้ตอนงานแต่งไปให้มันที่หลังสวน ชุมพร
ด้วยสาเหตุที่ว่าสุภาพบุรุษท่านนี้ไม่มีอีเมลแอดเดรส และไม่สันทัดในการเข้าใช้บริการอินเตอร์เนต (ในทุกกรณี) นัก มันเคยเล่าให้ฟังว่าเขิน เวลาที่มันเดินเข้าร้าน’เนต แล้วเจอพวกเด็กเกรียนแถวนั้นร่วมสิบที่นั่งเล่นเกมส์’คอมอยู่หันมาร้องทักมัน และเหมาเอาเองเสร็จสรรพว่ามันมาใช้’เนตดูเว็บโป๊
“เอาแค่ที่มีรูปกูกะพวกมึงก็พอนะฮะ”
ไอ้โด่งย้ำก่อนยื่นสมุดโน้ตคืนให้กับผม แต่ยังไม่ปล่อยมือ..
“อ้อ.. รูปเพื่อนเจ้าสาวด้วยนะฮะ คนที่ออกทอมๆ น่ะฮะ”
มันขีดเส้นใต้เน้นย้ำกับผมอีกทีด้วยสายตาที่ยิ้มหยี
- 3 -เราจบม. ปลายที่ศาลายามาด้วยกัน ก่อนที่สายลมอุดมศึกษาจะพัดพาผมและเพื่อนๆ ในกลุ่มก๊วนกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง.. ต่างไปจากเสริมศักดิ์ที่ยืนปักหลักท้าทายแดดลม
มัน ‘กล้า’ และ ‘แกร่ง’ พอที่จะสั่งสายลมที่ว่าให้ช่วยพัดพามันกลับมาตุภูมิ เพื่อสืบทอดกิจการปั้มน้ำมัน (ที่ค่อนข้างร้าง) ของทางบ้าน
ช่วงนั้นเราพอรู้กันมาคร่าวๆ บ้างว่าทางบ้านมันมีปัญหาที่ต้องเร่งสะสางให้แล้วเสร็จในเร็ววัน และผู้คนทางโน้นนั้นก็ดูท่าว่าจะสาหัสเอาการ
ลูกชายตัวโตๆ คนเดียวมีหรือจะดูดาย
หลังจากนั้น 2 ปี มีสายข่าวของเรารายงานว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับนายเสริมศักดิ์หรือไอ้โด่งของเรา
สายรายงานต่อว่าชาวบ้านร้านตลาดที่นั่นต่างเลื่องลือถึงเพื่อนเราคนนี้ และขนานนามให้มันเสียใหม่ในชื่อ “เซียนโด่ง”
ฉายา “เซียนโด่ง” นั้นไม่เกี่ยวกับการห่มขาวนั่งชันเข่าและสั่นเพราะองค์ลงเพื่อปัดเป่าพวกผีร้ายที่มาสิงสู่ชาวบ้านหรือเอาเหล็กปลายแหลมทิ่มแทงกระพุ้งแก้มแล้วเดินอาดอวดความหนังเหนียวตามท้องถนนแต่อย่างใด
แต่ “บ่อนไก่ชน” นั่นต่างหากเล่า คือที่มาของสมยาเซียน
ภายในระยะเวลา 2 ปี ไอ้โด่งได้ก้าวขึ้นเป็นเซียนไก่ชนในระดับท้อปไฟว์ของหลังสวนอย่างไร้คำครหาใดๆ ด้วยฝีมือของมันเอง
และแน่นอน— ไก่ (ซึ่งเป็นกำลังหลัก) ของมันด้วย
- 4 -ผมและเพื่อนๆ เคยไปเยือนหลังสวนครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว
รอบนั้นเซียนโด่ง (ตอนที่เราไปกันนั้นมันได้เปลี่ยนสถานะไปอยู่โหมดเซียนเรียบร้อยแล้ว) หอบหิ้วคณะเราไปชมการแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธงที่แม่น้ำหลังสวน
บรรยากาศภายในงานวันนั้นก็อัดแน่นและคับคั่งไปด้วยความสนุกสนานและสำราญใจสมกับที่จัดขึ้นนานทีปีหน
น้ำเสียงอันดุดันเร้าใจของคุณพี่ผู้บรรยายที่หายใจทางผิวหนังได้วันนั้นช่วยสร้างและเสริมเสียงหัวเราะให้กับคณะเราอย่างแรง
ตกเย็นเราก็ล้อมวงปิ้งย่างรอบกองไฟในสวนหลังบ้านของเซียนโด่งกันตามวิสัยของวัยหนุ่มไปกันจนดึกดื่น จำได้ว่าหลังจากคืนนั้นก็เล่นเอาพวกเราหลายคนเอือมระอากับ “กั้ง” ที่เราไปเหมาเอาจากแม่ค้าเสียหลายกิโลเพื่อมาย่างกินเป็นกับแกล้มจากที่ในตลาดกันไปอีกนาน
ก่อนกลับผมถ่ายรูปหมู่เพื่อนๆ เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก
ซึ่งมันเป็นรูปถ่าย (ด้วยกล้องฟิล์ม) ที่ผมชื่นชอบมากที่สุดใบหนึ่งเท่าที่เคยถ่ายมา เพราะไม่ว่าจะดูกี่รอบๆ ผมก็ยังคงได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเราในรูปใบนั้นทุกครั้งไป
มันดูมีชีวิตชีวาดีจริงๆ
- 5 -ครั้งล่าสุดที่เราพบเจอ
เสริมศักดิ์ยังคงเป็นเสริมศักดิ์ หรือไอ้โด่งคนเดิมคนเดียวกันกับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
และก็แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย (นอกจากสถานะเซียน)
มันยังคงเป็นไป และดำเนินอยู่ในเส้นทางของมันเอง
“ไม่ทราบว่าเป็น...ไรฮะ” คำทักของมันยังคงไม่ใส่ผักชีเหมือนเดิม
ไอ้โด่งถามผมเมื่อเห็นผมนั่งซึมลึกเล็กน้อยในคืนค่ำที่ใจชำรุด
ผมตอบมันไปว่าไม่มีอะไร
แต่ถ้าคุณไม่ใช่คนประเภทที่เต่าตุ่นจนเกินไปนัก คุณก็น่าจะรู้ใช่ไหม ว่าถ้าลองใครมีอาการอย่างว่าแล้วบอกตอบกับคุณไปว่า “ไม่มีอะไร” นั่นน่ะ มันหมายความว่าร้อยทั้งร้อยนั้นเชื่อเถอะว่ามันต้อง “มีอะไร” แน่ๆ
แล้วในเวลาที่สายลมโชยมาเบาๆ พอให้รู้สึกได้ถึงความเย็นสบายในคืนขึ้น 14 ค่ำของเดือน 3 บนสะพานเหล็กสีดำที่ดูคล้ายจะก้าวร้าว แต่ก็ทอดร่างอย่างสงบคอยเชื่อมความสัมพันธ์ที่เคลื่อนไหวไป- มา อยู่เหนือความเรรวนแต่ชวนให้ลุ่มหลงของแม่น้ำปิงนั้น สุภาพบุรุษจากหลังสวนก็เหนี่ยวคอผมไปกอดแล้วพูดกับผมในแบบที่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้ยินอะไรทำนองนี้ออกมาจากปากผู้เพื่อน
“ยังซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองอยู่รึเปล่าฮะ”
เป็นคำปลอบโยนเชิงถามไถ่ในแบบผู้ใหญ่ๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกดีชะมัด
.........
โด่งฮะ (และผู้ที่ร้อนตัวทุกท่าน)
ขอบคุณสำหรับ “มิตรภาพ” ที่ไม่เคยจืดชืดตลอด 10 ปี
มันเป็นภาพที่สวยงามมากเช่นกัน