12/01/2009

วัดขนอนหนังใหญ่









คุณควรดูวงดนตรีโปรดของคุณเล่นสดอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต
และคุณควรซื้อเสื้อยืดที่ระลึกของคอนเสิร์ตนั้น ไม่ว่าราคาจะแพงแค่ไหนก็ตาม
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสวมมัน คุณจะนึกถึงค่ำคืนนั้น ช่วงเวลานั้น
ที่คุณได้มีส่วนร่วมอยู่ในบางสิ่งที่พิเศษมาก บางสิ่งที่คุณไม่ควรลืมมัน
และคุณจะไม่ลืมมันตราบเท่าที่คุณยังเป็นเจ้าของเสื้อตัวนั้น
อีกหลายๆ ปีต่อไปเมื่อคุณเจอเสื้อตัวนี้ในตู้เสื้อผ้า คุณจะจำมันได้
ไม่ใช่จำว่ามันมีราคาเท่าไหร่..

แต่จำได้ว่ามันมีค่าแค่ไหน

.........

คัดมาจากช่วงหนึ่งจากบทสุดท้ายในหนังสือ “ดาวหางเหนือทางรถไฟ”
ของคุณทรงกลด บางยี่ขัน ที่แนะนำไปเมื่อเดือนที่แล้ว
เป็นหนังสือบันทึกการเดินทางที่อ่านสนุกมาก!

11/19/2009

ใครใคร่ค้าม้าค้า


อย่างไม่ต้องอ้อมค้อมเลยนะ
ทำเสื้อยืดมาขายครับ!

เป็นโปรเจกซ์ส่งท้ายปี 2009 ชื่อว่า เสือ – เสื่อ– เสื้อ”
(หนึ่งในโครงการยังชีพ ต่อจาก “ดอยไปดอยมา” และ “YELLOW”)
งานนี้ไม่เกี่ยวกับเสือ หรือเสื่อ
เพราะมันเป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวสกรีนด้วยลายกราฟิกด้วงกว่างเท่ๆ สีชะอุ่มแนบหราอยู่บนหน้าอก แบบ limited edition
บอกตรงๆ ว่าขายเอาจริงเอาจังและกะเอาตังค์เป็นกอบเป็นกำกันเลยทีเดียว
เพราะจำหน่ายในราคาที่สามารถก่อร่างสร้างเนื้อสร้างตัวกันได้เลยที่ 180 บาทไทยถ้วน แบบเหมารวมค่าจัดส่งทั่วไทยกันไปเลย

จะอยู่ใกล้ หรืออยู่ไกลก็ขอให้บอก
จะอยู่เมืองนอก หรือนอกเมืองก็มิมีปัญหา
จะอยู่แถวพัทยา หรือพาต้า ก็อย่าได้กังวลไป
จะอยู่มหาชัย หรือสุไหงโกลก กรุณาลืมเสียเถิด ไอ้เรื่องที่ว่าจะเกรงอกเกรงใจ
จะส่งให้แน่แท้ – ทันที – ที่ท่าน – ชำระเงิน ^^

เสื้อเป็นไซส์ S ไซส์เดียวเพียวๆ ไม่มีเอี่ยวกับ M
ไหล่กว้าง 15 นิ้ว, อก 18 นิ้ว, ความยาว 25 นิ้ว
ถ้าสน (ลายที่อยู่บน) อกสนใจก็ติดต่อกันมาได้ที่ 081.377.1037
แล้วขอสายคนขาย
หรือจดหมายฯ มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ teerujung@hotmail.com
ติดต่อ (และสวมใส่) ได้ทุกวัน ตั้งแต่จันทร์ยันอาทิตย์

.........

เหตุผลประกอบการตัดสินใจ :
รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่าย ทางผู้จัดจะนำไปสมทบทุนค่าบัตรคอนเสิร์ต GREEN DAY LIVE IN BANGKOK 2010 (บัตรยืน) หลังจากที่ได้ไปเชื่อคุณ hypothesise (ภาคีหนึ่งเดียวที่จะเข้าร่วมวาระวายป่วงในช่วงต้นปีหน้า) ไว้ก่อนตอนจอง และสำรองเป็นทุนรอนไว้สำหรับจัดทำโปรเจกซ์ต่อไป
และต่อไป...

11/16/2009

GREEN DAY



@@@@@@@@@@@@@@@@@— @—
แอดแอดแอดแอดแอดแอดแอดแอดแอด แอ๊ด แอ๊ด!!!

I LUCKin FOVE GREEN DAY!!!
ฉันและอาเฮียชอบวงนี้มากค่ะ!!!

@@@@@@@@@@@@@@@@@— @—
แอดแอดแอดแอดแอดแอดแอดแอดแอด แอ๊ด แอ๊ด!!!

11/10/2009

ศรัณย์เฮโย

"เมื่อสองสามวันก่อนกูตื่นมา แล้วก็เดินไปเปิดหน้าต่างห้องนอน โดนลมหนาวงี้กระแทกหน้าเข้าอย่างจัง แต่แปลกเว้ย กูกลับไม่รู้สึกเจ็บหรืออะไรว่ะ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง กูเลยหันกลับไปมองบนเตียง เห็นณีนอนอยู่กูถึงได้เข้าใจ...
ดูท่าว่าหน้าหนาวปีนี้กูคงไม่หนาวเสียแล้วว่ะเพื่อน ฮ่า ฮ่า"


ไอ้รัณมันว่าอย่างนั้น
เรียกเสียงหัวเราะระลอกใหญ่ในคืนที่เรากำลังร่ำสุราเบาๆ อยู่ใต้ต้นขนาดย่อมๆ ของกันเกลาตรงชานบ้านหลังที่มันกับณีร่วมด้วยช่วยกันปลูกสร้าง
และก็เป็นหลังเดียวกันกับที่คนทั้งสองนั้นใช้เป็นเรือนหอ
เพลินเขาล่ะ

.........

ศรัณย์สละโสดไปแล้วในวัย 29 ปี 2 เดือน
เจ้าสาวแสนสวยผู้โชคดีที่เพิ่งได้ชายผู้มีชื่อแปลได้ว่า ‘ที่พึ่งได้’ เพื่อนผมไปครอบครองเป็นคู่ครองโดยความสมยอมของมันเองมีชื่อว่าดรุณี
ระยะทางความรักของทั้งคู่ก่อนจูงมือกันลั่นระฆังวิวาห์บันทึกสถิติไว้ที่ 10 ปี…

สิบปี!!!

10 ปีนานแค่ไหน
วัดเอาจากตัวเองเป็นเกณฑ์
10 ปีมานี่ผมโละชุดความคิดทิ้งไปหลายชุด ปรับและเปลี่ยนมุมมองต่อสิ่งต่างๆ รอบๆ ข้างไปหลายขนาน
ชุดความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ จากการศึกษาทั้งในและนอกตำรา และประสบการณ์ต่างๆ ที่เข้ามาในช่วงชีวิตระหว่างนั้นเป็นเครื่องมือในการช่วยถอดถอนเอาใจที่เคย ‘ปัก’ ลงกับความเชื่อและความเข้าใจเก่าๆ ต่างๆ ออกอย่างช้าๆ
ความคิดอ่านของผมในวันนี้แตกต่างจาก 10 ปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
โดยเฉพาะกับ ‘ความรัก’
อย่างเท่าที่พอจะเข้าใจ
มันถูกกลั่นและกรองเอามุมในการมองความสัมพันธ์แบบเดิมๆ ไปจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม
ปัจจุบันผมมีความเชื่อที่ว่าใครก็ตามที่วู่วามในความรักมักวอดวาย
เพราะเท่าที่เห็น (ด้วยความเคารพ— ขอย้ำว่าเท่าที่เห็น) มีน้อยกว่าน้อยที่คบกันยืดยาวเกิน 4 ปี

โดยที่ไม่ต้องตรวจคำตอบหรือทดสอบสมมุติฐานให้เสียเวลา
ชีวิตรักที่คงมั่นกว่าทศวรรษของศรัณย์นั้นได้บอกบางอย่างกับแขกเหรื่อที่ไปร่วมเป็นสักขีพยานในวันงานวันนั้นอย่างล้นเหลือด้วยตัวของมันเอง
ผมว่าความซื่อสัตย์และแน่วแน่ในความรักนั้นสำคัญอย่างยิ่งยวดในการขับเคลื่อนชีวิตคู่ให้คงทน

คนเราจะมั่นคงและจงรักภักดีกับความรักได้นานแค่ไหนกัน
4 ปีกับ 10 ปีนั้นมันคนละเรื่อง

ผมนึกถึงคำกล่าวของเพื่อนอีกคนที่เคยประกาศ (กร้าว— อย่างสุภาพชน) ในวันแต่งงานในวัยที่เพิ่งจบ ม. ปลายหมาดๆ และมีเสียงคัดค้านทัดทานจากผู้อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างหนาหูว่า “เร็วเกินไป”
คำที่เพื่อนผู้เป็นเจ้าบ่าวกล่าวบนเวทีในวันงานวันนั้นก็คือว่า จะช้าจะเร็วนั้นไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลย เพราะยังไงๆ เสียแล้วก็ต้องเป็นคนนี้

ยอมรับว่าตอนนั้นผมไม่ประสาในเรื่องรักนัก จึงฝักใฝ่ในฝ่ายค้าน ไม่มั่นใจในรักของบ่าวสาว
จริงอยู่ ที่ว่าเวลาไม่เคยช่วยอะไรใคร (เลย)
และความรักก็เป็นเรื่องของคนสองคน (หรือ?)
คนที่เคยแน่วแน่และเชื่อในรัก ณ ขณะนั้น เท่านั้นจึงจะซึ้งทราบ
ผมเดาเอาว่าเจ้าบ่าวคงคิดอย่างนั้นจริง และอิงกับรักปักใจ
แต่เรื่องการ ‘ยืนระยะ’ นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ และจะหลงลืมไม่ได้เช่นกัน

ความสัมพันธ์เป็นเรื่องเปราะบาง
ยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งเปราะขึ้น และยิ่งบางลง
โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์ในยุคสมัยที่ไร้ซึ่งโทรเลข
เท่าที่ทราบ (ด้วยความเคารพอีกครั้ง— ขอย้ำว่าเท่าที่ทราบจริงๆ) ส่วนมากเป็นลักษณะความสัมพันธ์แบบชิลล์ชิลล์ผิวเผิน
เหมือนพลุ
ตื่นตาจุใจในช่วงแรก ทว่าไม่ช้าไม่นานก็จางหายสลายไปกับลมฟ้าอากาศ

ความรักของศรัณย์และดรุณีไม่ใช่พลุ แต่เป็นเหมือนต้นไม้
และก็น่าจะเป็นพรรณไม้ประเภท ‘ไม้มงคล’
เหมือนต้นกันเกลาที่ปลูกให้ร่มเงาอยู่หน้าเรือนหอของทั้งสองนั่นแหละ
ต้นไม้จะเติบโตได้นั้นต้องหมั่นคอยดูแลรักษา และเอาใจใส่กันและกัน
ค่อยๆ ทะนุถนอมและประคับประคองอย่างสม่ำเสมอ
ต้องรดน้ำ, พรวนดิน, ต้องรดน้ำ, พรวนดิน, ต้องรดน้ำ
และก็ยังต้องรดน้ำอีก และพรวนดินอีก
ตัดแต่งทำความสะอาดกิ่งก้านใบและใส่ปุ๋ยกันอยู่หลายเดือนปี
เมื่อในยามที่ไม้ต้นนั้นเติบใหญ่สมบูรณ์แข็งแรง
มันจะผลิดอกออกใบสดสวยช่วยสร้างร่มเงากันแดดลมให้แก่ที่อยู่อาศัย และเสริมส่งความเป็นสิริมงคลกับชีวิตคู่ให้งอกเงยงดงาม
ขจรกลิ่นหอมหวลอบอวลในทุกวี่วัน

รักของศรัณย์มันเป็นอย่างนั้น

10/27/2009

ตุลา - คารวะ

คุณนู๋ และร้าน Brunch Coffee & Bakery สำหรับผนังปูนเปลือยที่ช่วยปลดปล่อยปริศนาแห่ง "เย่โล่" / พี่เหน่ง และน้องๆ ที่ร้าน "ไหน" สำหรับคำแนะนำนิ่งๆ และความคิดเห็นแนวๆ / djbeing, ตากล้องสายแชท, co7de, tidsee, choice, hs2uje, oFFing, focus - 32 และสมาชิก CHANPIX's ทุกท่าน / พี่นิศ และร้านร่มทองหลาง สำหรับค่ำคืนมหัศจรรย์คืนนั้น มันเสนาะมาก โดยเฉพาะเสียงไวโอลิน / ทุกๆ ท่านที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมนิทรรศการ "yellow" และคอมเม้นท์ที่ฝากไว้ / คืนวันและฟ้าฝนฉ่ำๆ ที่จันทบุรี / อ. วินัย และพี่นเรศร์ จาก 4toart group สำหรับ workshop เจ๋งๆ ที่โพธาราม / บูธ Q 38 C2 สำหรับสัปดาห์แห่งการขาย / OTORI, babyshamPOO และ Pinky Bear สำหรับการเป็นห่วงอยู่ห่างๆ และการสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ / ไวรัลยา / im KiMZa / ซ้ายฟ้าสั่ง (มาให้รักเธอ) / DMC 1306 / ณิชา / พันจัง / ฉัตรและอี้ (ออกเสียงยากนะคู่นี้เนี่ย คนแรกออกเสียงห้วนไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าเป็นคำด่าเอาจากคนลิ้นไก้สั้น คนหลังต้องแยกแยะพยัญชนะและวรรณยุกต์ให้ดีก่อนที่จะผันให้แม่นอีกนิดหน่อย) / ครูเม และกลุ่มสัญจร 7 / WOM family / พี่จ็อก และบูธวารสารหนังสือใต้ดิน / พี่อี๊ด และบูธคมบาง / พี่จี และบูธ mar / อ้อแอ้ / ทุกๆ ท่านที่ช่วยอุดหนุน "ดอยไปดอยมา" และ "เย่โล่" / บ้านเนิบ สำหรับที่นอนนิ่มๆ (อีนี่แต่ไม่ค่อยจะนุ่มนักนะจ๊ะนายจ๋า..) / จอย & เอ สำหรับงานแต่ง และความรักที่สวยงาม / พี่ป้าน้าลุงและพ่อแม่ กับครอบครัวที่อบอุ่นเสมอ / ด.ญ. ณัฐกฤตา สำหรับแบบเรียน สปช. เล่มสีส้มอมชมพู

และอีกหลายๆ ท่านที่กำลังอ่านอยู่
ขอบคุณมากครับ

10/14/2009

6IX IN THE CITY


โย่ว!

ช่วงนี้ชีวิตสัญจรบ่อย เลยไม่ค่อยได้ออนไลน์
งานนิทรรศการที่จัดที่จันทน์ (จันทบุรี) ก็เป็นไปได้ด้วยดี
มีเสียงตอบรับในช่วงแรกเป็นที่น่าพอใจ หลายคนบอกชอบ- เพราะไม่เคยมีใครนึกครึ้มอกครึ้มใจจัดอะไรในวันครึ้มฟ้าครึ้มฝนแบบนี้บ่อยๆ
ไว้จะเอาภาพบรรยากาศมาแปะให้ชมกัน สำหรับใครที่ไม่สะดวกลงไป
ช่วงเวลาที่เหลือจากนี้เลยปล่อยให้ตัวงานทำหน้าที่ของมันไปตามที่ควรจะเป็น

ในวาระงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นช่วงวันที่ 15 - 25 ตุลาฯ นี้จึงแว่บเข้าเมืองมารับงานออกบูธขายสื่อการเรียนการสอนเหมือนเช่นครั้งก่อนๆ เป็นเวลาสี่ซ้าห้าวัน (15 - 20 ตุลาฯ)
โอกาสงามๆ แบบนี้ก็ไม่พลาดที่จะเหน็บนำเอาผลผลิตที่ทำๆ ไว้ไปแอบจำหน่ายดังเดิม ทั้ง "ดอยไปดอยมา" ที่ยังขายไม่หมดเสียที (>_<) นั่นหนึ่ง

ลำดับต่อมาคือ "เย่โล่" หนังสือทำมือเฉพาะกิจจากงานนิทรรศการ YELLOW อันนี้แบ่งมาจากงานที่จันทบุรี

และล่าสุดกับผลงาน..
ที่เยยไม่คัง..
ที่ยังไม่เคย..
(จะผวนทำไม -_-")
เผยแพร่แบแผ่..
ที่ไหนมาก่อน..
กับ..

"ตัวฤทธิ์" (อิ๊ด..อิ๊ด..)

ตัวฤทธิ์ คืออะไร? (วะ)
Q 38 โซน C 2

.........


ป.ล. แนบภาพเบื้องหลังการติดตั้งงาน "yellow" ที่จันทน์มาด้วยหนึ่งภาพ
เอื้อเฟื้อภาพถ่ายโดย djbeing เทพจากชมรม CHANPIX