12/17/2009

อกร่องอรทัย


สวัสดีธันวาคม

อาทิตย์ที่ผ่านมาถ้าใครได้แวะเวียนเข้ามาเยี่ยม blog นี้ก็คงได้ผ่านตาไปบ้างแล้วกับโปสเตอร์งานสีสรรกรุงเทพฯ ที่ผมเอามาแปะหราคาไว้อยู่หลายวัน เพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับงานเขา

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะว่าผมกำลังจะไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานกับเขาด้วย

งานสีสรรกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์นี้ (20 ธันวา 52) จัดขึ้นสำหรับเยาวชนไทยคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Creative People Make Creative City” ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักๆ 2 ส่วน คือ ส่วนของสาระทางวิชาการ (Forum) และส่วนของพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน (Event) โดยมีเป้าหมายให้เยาวชนนั้นคิดแล้วลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ด้วยความสามารถที่มีอยู่ของตนเอง
งานนี้จัดที่บริเวณสวนสันติชัยปราการ และอาคารโรงพิมพ์คุรุสภา ท่าพระอาทิตย์

ทีนี้วัยรุ่นจำแลงอย่างผมก็ได้พื้นที่เล็กๆ ขนาด 2 X 2 เมตรมา บูธหมายเลข E6 โดยการสนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการนักจาก ด.ญ. ณัฐกฤตา คนเดิม (สาวลูกครึ่งไทย - ญี่ปุ่นดินแดง คนที่เป็นแบบสวมใส่เสื้อป่วยๆ ทั้ง 2 รอบของผมนั่นแหละ ถ่ายรอบนี้เธอดูเซ็กซี่ขึ้นหน่อยนึง ว่ามั้ย?^^ )

ก็เลยจะขนเอา ‘ของ’ ที่มี ไป ‘ปล่อย’ ในงาน
ในความหมายเดียวกันกับ ‘ขาย’ นั่นแหละ
ทั้งของเก่าที่มี และก็ที่ทำขึ้นใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะที่ชื่อชิ้นงานว่า “อกร่อง”!!!

ของเก่าดั้งเดิมก็จะมี “ดอยไปดอยมา” ซึ่งจะหมดวาระภายในงานนี้แล้ว,
“เยโล่” และ (น้องด้วง) “ตัวฤทธิ์”
ส่วนของใหม่เอี่ยมอ่องอรทัยในนาม “อกร่อง” ก็จะเป็นเสื้อยืด และ สมุดโน้ต
นอกจากนี้ก็จะมีโปสการ์ดคัดสรรจากรูปที่เคยถ่ายๆ ไว้ให้ได้จับได้จองได้จดได้จ้อง และได้จับได้จ่ายกันอีกด้วย มีคนบอกว่าผมถ่ายรูปส่วย คือ กึ่ง ‘สวย’ กึ่ง ‘ห่วย’ จะจริงมั้ยต้องลองมาดูกันเองนะครับ (ฮา)

คราวนี้ไม่ต้องไปแอบหรือฝากเขาขายเหมือนครั้งก่อนๆ แล้วครับ
งานผมเอง คิดเอง, ทำเอง, ถ่ายเอง, เขียนเอง
และก็กำลังจะไปขายเอง

พูดถึง “อกร่อง” หน่อย
มันเกิดจากความสัปดนระคนทะเล้น และขี้เล่นของผมเองล้วนๆ ที่นึกติดใจคำว่า “อกร่อง” และอยากเอาคำๆ นี้มาวางพาดบนอกของผู้สาว (แต่ผู้บ่าวก็ใส่ได้นะ) ซึ่งก็คงเป็นอื่นใดไปเสียไม่ได้นอกจากเสื้อยืด

เห็นแล้วน่าจะทำให้อมยิ้ม และนึกหมั่นไส้ อยากจะเข้าไปหยิกแก้มสักที
แต่จะน่าซื้อหรือไม่นั้นอีกเรื่อง (ฮา)
ตัวผมเองมีความคิดว่ามันรู้สึกได้ในเรื่องของคำกำกวม
ซึ่งเป็นอารมณ์ขันแบบไทยๆ ดี

เว่ากั๊นซื่อๆ คือ “กวนตีน” ดี

นึกแบบนี้แล้วก็เลยตามเลยทำเลย
ก็ทั้งๆ ที่รู้ทั้งรู้นั่นแหละครับว่าน้องด้วง ตัวฤทธิ์ ยังออกฤทธิ์ทำรายได้แบบถล่มทลายความมั่นใจในชิ้นงานอย่างต่อเนื่อง (และก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด!) แล้วผมก็ยังดันทำคลอด “อกร่อง” มาขายอีก
เรียกว่า “ความด้วงยังไม่ทันหาย เอาผลไม้เข้ามาแทรก”
ตามสำนวนไทยเปี๊ยบ (ไม่ฮา)

Que sera sera.. ก็ว่ากันไปนะครับ
ผมก็ทำไปเรื่อยแหละ ตราบเท่าที่ยังไม่ล้มหมอนนอนเสื่อ

ยังไงถ้าว่างๆ กันก็เชิญที่งานนะจ๊ะ

.........

ป.ล. ในงานมีของขายมากกว่าที่เห็นอีกนะ

12/01/2009

วัดขนอนหนังใหญ่









คุณควรดูวงดนตรีโปรดของคุณเล่นสดอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต
และคุณควรซื้อเสื้อยืดที่ระลึกของคอนเสิร์ตนั้น ไม่ว่าราคาจะแพงแค่ไหนก็ตาม
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสวมมัน คุณจะนึกถึงค่ำคืนนั้น ช่วงเวลานั้น
ที่คุณได้มีส่วนร่วมอยู่ในบางสิ่งที่พิเศษมาก บางสิ่งที่คุณไม่ควรลืมมัน
และคุณจะไม่ลืมมันตราบเท่าที่คุณยังเป็นเจ้าของเสื้อตัวนั้น
อีกหลายๆ ปีต่อไปเมื่อคุณเจอเสื้อตัวนี้ในตู้เสื้อผ้า คุณจะจำมันได้
ไม่ใช่จำว่ามันมีราคาเท่าไหร่..

แต่จำได้ว่ามันมีค่าแค่ไหน

.........

คัดมาจากช่วงหนึ่งจากบทสุดท้ายในหนังสือ “ดาวหางเหนือทางรถไฟ”
ของคุณทรงกลด บางยี่ขัน ที่แนะนำไปเมื่อเดือนที่แล้ว
เป็นหนังสือบันทึกการเดินทางที่อ่านสนุกมาก!

11/19/2009

ใครใคร่ค้าม้าค้า


อย่างไม่ต้องอ้อมค้อมเลยนะ
ทำเสื้อยืดมาขายครับ!

เป็นโปรเจกซ์ส่งท้ายปี 2009 ชื่อว่า เสือ – เสื่อ– เสื้อ”
(หนึ่งในโครงการยังชีพ ต่อจาก “ดอยไปดอยมา” และ “YELLOW”)
งานนี้ไม่เกี่ยวกับเสือ หรือเสื่อ
เพราะมันเป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวสกรีนด้วยลายกราฟิกด้วงกว่างเท่ๆ สีชะอุ่มแนบหราอยู่บนหน้าอก แบบ limited edition
บอกตรงๆ ว่าขายเอาจริงเอาจังและกะเอาตังค์เป็นกอบเป็นกำกันเลยทีเดียว
เพราะจำหน่ายในราคาที่สามารถก่อร่างสร้างเนื้อสร้างตัวกันได้เลยที่ 180 บาทไทยถ้วน แบบเหมารวมค่าจัดส่งทั่วไทยกันไปเลย

จะอยู่ใกล้ หรืออยู่ไกลก็ขอให้บอก
จะอยู่เมืองนอก หรือนอกเมืองก็มิมีปัญหา
จะอยู่แถวพัทยา หรือพาต้า ก็อย่าได้กังวลไป
จะอยู่มหาชัย หรือสุไหงโกลก กรุณาลืมเสียเถิด ไอ้เรื่องที่ว่าจะเกรงอกเกรงใจ
จะส่งให้แน่แท้ – ทันที – ที่ท่าน – ชำระเงิน ^^

เสื้อเป็นไซส์ S ไซส์เดียวเพียวๆ ไม่มีเอี่ยวกับ M
ไหล่กว้าง 15 นิ้ว, อก 18 นิ้ว, ความยาว 25 นิ้ว
ถ้าสน (ลายที่อยู่บน) อกสนใจก็ติดต่อกันมาได้ที่ 081.377.1037
แล้วขอสายคนขาย
หรือจดหมายฯ มาสอบถามรายละเอียดได้ที่ teerujung@hotmail.com
ติดต่อ (และสวมใส่) ได้ทุกวัน ตั้งแต่จันทร์ยันอาทิตย์

.........

เหตุผลประกอบการตัดสินใจ :
รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่าย ทางผู้จัดจะนำไปสมทบทุนค่าบัตรคอนเสิร์ต GREEN DAY LIVE IN BANGKOK 2010 (บัตรยืน) หลังจากที่ได้ไปเชื่อคุณ hypothesise (ภาคีหนึ่งเดียวที่จะเข้าร่วมวาระวายป่วงในช่วงต้นปีหน้า) ไว้ก่อนตอนจอง และสำรองเป็นทุนรอนไว้สำหรับจัดทำโปรเจกซ์ต่อไป
และต่อไป...

11/16/2009

GREEN DAY



@@@@@@@@@@@@@@@@@— @—
แอดแอดแอดแอดแอดแอดแอดแอดแอด แอ๊ด แอ๊ด!!!

I LUCKin FOVE GREEN DAY!!!
ฉันและอาเฮียชอบวงนี้มากค่ะ!!!

@@@@@@@@@@@@@@@@@— @—
แอดแอดแอดแอดแอดแอดแอดแอดแอด แอ๊ด แอ๊ด!!!

11/10/2009

ศรัณย์เฮโย

"เมื่อสองสามวันก่อนกูตื่นมา แล้วก็เดินไปเปิดหน้าต่างห้องนอน โดนลมหนาวงี้กระแทกหน้าเข้าอย่างจัง แต่แปลกเว้ย กูกลับไม่รู้สึกเจ็บหรืออะไรว่ะ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง กูเลยหันกลับไปมองบนเตียง เห็นณีนอนอยู่กูถึงได้เข้าใจ...
ดูท่าว่าหน้าหนาวปีนี้กูคงไม่หนาวเสียแล้วว่ะเพื่อน ฮ่า ฮ่า"


ไอ้รัณมันว่าอย่างนั้น
เรียกเสียงหัวเราะระลอกใหญ่ในคืนที่เรากำลังร่ำสุราเบาๆ อยู่ใต้ต้นขนาดย่อมๆ ของกันเกลาตรงชานบ้านหลังที่มันกับณีร่วมด้วยช่วยกันปลูกสร้าง
และก็เป็นหลังเดียวกันกับที่คนทั้งสองนั้นใช้เป็นเรือนหอ
เพลินเขาล่ะ

.........

ศรัณย์สละโสดไปแล้วในวัย 29 ปี 2 เดือน
เจ้าสาวแสนสวยผู้โชคดีที่เพิ่งได้ชายผู้มีชื่อแปลได้ว่า ‘ที่พึ่งได้’ เพื่อนผมไปครอบครองเป็นคู่ครองโดยความสมยอมของมันเองมีชื่อว่าดรุณี
ระยะทางความรักของทั้งคู่ก่อนจูงมือกันลั่นระฆังวิวาห์บันทึกสถิติไว้ที่ 10 ปี…

สิบปี!!!

10 ปีนานแค่ไหน
วัดเอาจากตัวเองเป็นเกณฑ์
10 ปีมานี่ผมโละชุดความคิดทิ้งไปหลายชุด ปรับและเปลี่ยนมุมมองต่อสิ่งต่างๆ รอบๆ ข้างไปหลายขนาน
ชุดความรู้ความเข้าใจใหม่ๆ จากการศึกษาทั้งในและนอกตำรา และประสบการณ์ต่างๆ ที่เข้ามาในช่วงชีวิตระหว่างนั้นเป็นเครื่องมือในการช่วยถอดถอนเอาใจที่เคย ‘ปัก’ ลงกับความเชื่อและความเข้าใจเก่าๆ ต่างๆ ออกอย่างช้าๆ
ความคิดอ่านของผมในวันนี้แตกต่างจาก 10 ปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
โดยเฉพาะกับ ‘ความรัก’
อย่างเท่าที่พอจะเข้าใจ
มันถูกกลั่นและกรองเอามุมในการมองความสัมพันธ์แบบเดิมๆ ไปจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม
ปัจจุบันผมมีความเชื่อที่ว่าใครก็ตามที่วู่วามในความรักมักวอดวาย
เพราะเท่าที่เห็น (ด้วยความเคารพ— ขอย้ำว่าเท่าที่เห็น) มีน้อยกว่าน้อยที่คบกันยืดยาวเกิน 4 ปี

โดยที่ไม่ต้องตรวจคำตอบหรือทดสอบสมมุติฐานให้เสียเวลา
ชีวิตรักที่คงมั่นกว่าทศวรรษของศรัณย์นั้นได้บอกบางอย่างกับแขกเหรื่อที่ไปร่วมเป็นสักขีพยานในวันงานวันนั้นอย่างล้นเหลือด้วยตัวของมันเอง
ผมว่าความซื่อสัตย์และแน่วแน่ในความรักนั้นสำคัญอย่างยิ่งยวดในการขับเคลื่อนชีวิตคู่ให้คงทน

คนเราจะมั่นคงและจงรักภักดีกับความรักได้นานแค่ไหนกัน
4 ปีกับ 10 ปีนั้นมันคนละเรื่อง

ผมนึกถึงคำกล่าวของเพื่อนอีกคนที่เคยประกาศ (กร้าว— อย่างสุภาพชน) ในวันแต่งงานในวัยที่เพิ่งจบ ม. ปลายหมาดๆ และมีเสียงคัดค้านทัดทานจากผู้อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างหนาหูว่า “เร็วเกินไป”
คำที่เพื่อนผู้เป็นเจ้าบ่าวกล่าวบนเวทีในวันงานวันนั้นก็คือว่า จะช้าจะเร็วนั้นไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลย เพราะยังไงๆ เสียแล้วก็ต้องเป็นคนนี้

ยอมรับว่าตอนนั้นผมไม่ประสาในเรื่องรักนัก จึงฝักใฝ่ในฝ่ายค้าน ไม่มั่นใจในรักของบ่าวสาว
จริงอยู่ ที่ว่าเวลาไม่เคยช่วยอะไรใคร (เลย)
และความรักก็เป็นเรื่องของคนสองคน (หรือ?)
คนที่เคยแน่วแน่และเชื่อในรัก ณ ขณะนั้น เท่านั้นจึงจะซึ้งทราบ
ผมเดาเอาว่าเจ้าบ่าวคงคิดอย่างนั้นจริง และอิงกับรักปักใจ
แต่เรื่องการ ‘ยืนระยะ’ นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ และจะหลงลืมไม่ได้เช่นกัน

ความสัมพันธ์เป็นเรื่องเปราะบาง
ยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งเปราะขึ้น และยิ่งบางลง
โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์ในยุคสมัยที่ไร้ซึ่งโทรเลข
เท่าที่ทราบ (ด้วยความเคารพอีกครั้ง— ขอย้ำว่าเท่าที่ทราบจริงๆ) ส่วนมากเป็นลักษณะความสัมพันธ์แบบชิลล์ชิลล์ผิวเผิน
เหมือนพลุ
ตื่นตาจุใจในช่วงแรก ทว่าไม่ช้าไม่นานก็จางหายสลายไปกับลมฟ้าอากาศ

ความรักของศรัณย์และดรุณีไม่ใช่พลุ แต่เป็นเหมือนต้นไม้
และก็น่าจะเป็นพรรณไม้ประเภท ‘ไม้มงคล’
เหมือนต้นกันเกลาที่ปลูกให้ร่มเงาอยู่หน้าเรือนหอของทั้งสองนั่นแหละ
ต้นไม้จะเติบโตได้นั้นต้องหมั่นคอยดูแลรักษา และเอาใจใส่กันและกัน
ค่อยๆ ทะนุถนอมและประคับประคองอย่างสม่ำเสมอ
ต้องรดน้ำ, พรวนดิน, ต้องรดน้ำ, พรวนดิน, ต้องรดน้ำ
และก็ยังต้องรดน้ำอีก และพรวนดินอีก
ตัดแต่งทำความสะอาดกิ่งก้านใบและใส่ปุ๋ยกันอยู่หลายเดือนปี
เมื่อในยามที่ไม้ต้นนั้นเติบใหญ่สมบูรณ์แข็งแรง
มันจะผลิดอกออกใบสดสวยช่วยสร้างร่มเงากันแดดลมให้แก่ที่อยู่อาศัย และเสริมส่งความเป็นสิริมงคลกับชีวิตคู่ให้งอกเงยงดงาม
ขจรกลิ่นหอมหวลอบอวลในทุกวี่วัน

รักของศรัณย์มันเป็นอย่างนั้น