5/26/2008

เพียงลำพัง


"คิดถึงเมีย"
สติ๊กเกอร์สีสดปรากฎอยู่ระดับสายตาแนบติดอยู่ท้ายแท็กซี่คันข้างหน้าในค่ำที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำฝน ท่ามกลางยวดยานยนต์อีกมากมายรายล้อมนับสิบที่แน่นิ่งมาร่วมชั่วโมง บทเพลงลูกทุ่งทำนองเนิบช้าและเนื้อหาหงอยเหงาเศร้าสร้อยเกี่ยวกับการไกลบ้านห่างครอบครัวเข้ามาทำงานในบางกอกจากคลื่นวิทยุบรรเลงคลอเบาๆ เนิ่นนานในแท็กซี่คันหนึ่ง

ผมนั่งนิ่งอยู่นานพอกันในรถแท็กซี่คันที่ว่า
ข้อความ "คิดถึงเมีย" เด่นชัดเยื้องอยู่เบื้องหน้าผิดแผกแตกต่างไปจากสรรพสิ่งรอบๆ ตัวที่ออกจะพร่ามัว
คงไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าพี่คนขับเจ้าของรถแท็กซี่และข้อความคันหน้านั้นเขานึกหรือรู้สึกอย่างไรอยู่ในตอนนั้น ตอนที่เลือกข้อความนี้เพื่อแปะแหมะลงตรงท้ายรถ

อยากให้คนอ่าน (คันหลัง/อย่างผม) รู้หรือว่ากำลังคิดถึง, เตือนสติตัวเอง, หรือก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าแค่สติ๊กเกอร์หนึ่งแผ่นที่ติดไว้ให้มีสีสันท้ายรถ

สำหรับพี่เขานั้นยังไงไม่รู้, แต่เป็นผมเองที่ดันรู้สึกหม่นเศร้า แม้ไม่เชี่ยวชาญนักแต่ก็พอเข้าใจอยู่ว่าไอ้อาการคิดถึงที่เกิดจากความเหงาเป็นอย่างไร

การใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมุทำงานอย่างหนักในเมืองใหญ่เพื่อจุนเจือส่งเสียครอบครัวทางบ้านดูจะเป็นภาระหน้าที่ที่ต้องแลกกันกับความเปลี่ยวเหงาอยู่มากทีเดียว

บุกบั่นมุ่งมั่นทำงานเพียงลำพัง, เดินทางเพียงลำพัง, กินข้าวและเข้านอนเพียงลำพัง คงไม่แปลกหากใบหน้าของเมียจะปรากฎให้เห็นลางๆ บ้างในยามค่ำคืนที่เดียวดายอ้างว้างและเหน็บหนาว เช่นค่ำคืนนี้

จะเป็นไรไป หากจะคิดถึงลูกเมีย
วันเวลาแบบนี้คงทำได้ดีเพียงแต่แค่คิดถึง

หากเป็นเช่นนั้น - คงไม่ใช่แค่เพียงพี่เขาที่กำลังเหงาลำพัง เพราะถ้าลองมองเข้ามาในแท็กซี่คันหลังคันนี้ ตรงเบาะหลังด้านซ้ายจะเห็นชายหนุ่มวัยทำงานนั่งเหม่อลอยมองไปนอกกระจกรถที่กำลังเป็นฝ้าอันเกิดจากฝนฟ้าภายนอก ภายในใจกลัดกลุ้มรุ่มเร้า ในตาเครือไปด้วยน้ำที่ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่น้ำฝน เพราะมันขุ่นและขมกว่า

ไอ้หนุ่มนั่นนั้นก็ดูคล้ายคลึงกับคนกำลังคิดถึงอยู่เหมือนกัน

3 comments:

Anonymous said...

zอันนี้แหล่มหวะ ชอบๆ

Anonymous said...

นี่มันหนัง พี่หว่องชัดๆ

เหงาได้ถึงมาก

Anonymous said...

ความคิดถึง กับ ความเหงา
เป็นเพื่อนกัน