11/15/2011

หม่อง ฟาน เพอร์ซี่

หม่อง ฟาน เพอร์ซี่เป็นพม่า
ผมจะเจอกับหม่องตอนเช้าๆ ที่สวนสาธารณะแถวบ้าน
หม่องจะใส่ชุดอาร์เซนอลเต็มสูบ คือจัดมาทั้งเสื้อทั้งกางเกง มาร่วมเตะบอลกับพวกนักฟุตบอลท้องถิ่นขาประจำที่ลานกีฬาทุกๆ เช้า นักบอลแถวนั้นจึงนึกสนุกจึงตั้งฉายาให้หม่องว่า "หม่อง ฟาน เพอร์ซี่" (ล้อเลียน "โรบิน ฟาน เพอร์ซี่" ศูนย์หน้ากับตันทีมของปืนใหญ่อาร์เซนอล) แล้วก็พากันล้อและหัวเราะเยาะเย้ยหม่องด้วยขบขันในท่าทีเงอะๆ งะๆ ของหม่องอยู่ในทุกครั้งที่งลงสนาม

บางครั้งผมก็เข้าไปร่วมเตะด้วย ถ้าเล็งแล้วว่าเช้าวันนั้นคนไม่เยอะ
แล้วก็มักจะได้อยู่ทีมเดียวกันกับหม่อง ก่อนจะมองหาเพื่อนร่วมทีมอีกสามให้ได้ครบห้า แต่ถ้าหากว่าวันไหนคนเยอะ ผมก็จะแค่วิ่งวนเบาๆ รอบๆ สวนฯตามปกติ

และเหมือนผม -- หม่องมาคนเดียว
จะด้วยอะไรก็ตามแต่ หม่องไม่พกเพื่อนพม่ามาด้วย อาจมี หรืออาจจะไม่
ผมเดาเอาว่าหม่องแค่อยากมีเพื่อนเตะบอล
ผมเองก็อยากมีเพื่อนเตะบอล แต่ทว่าเวลาที่ผมมีกับเพื่อนๆ นั้นลงเอยกันไม่ได้
ก็เลยเปลี่ยนรูปแบบมาวิ่งออกกำลังกายแทน -- ทำเองก็ได้ ง่ายจัง
ที่จริงก็ไม่ได้ชื่นชอบนักหรอก แต่เพื่อสุขภาพ คนเราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่เหรอ?

กลับมาที่หม่อง
แรกๆ ก็สนุกไปด้วยแหละ ขำดี แต่พอผมเห็นหม่องโดนล้อด้วยพลพรรคนักบอลบ่อยๆ เข้าก็นึกน้อยอกน้อยใจและทดท้อแทนหม่องอยู่เหมือนกัน
วู้วว์ -- จะแซวอะไรกันนักกันหนาวะ
หม่องเขาก็แค่อยากเล่นและมีเพื่อนเตะบอล -- แค่นั้น
พอเสียทีเถอะนะ ไอ้เรื่องพรรคเรื่องพวกน่ะ

.........

ป.ล. ปาเกียวแม่งชนะคะแนนได้ไงฟร่ะ ค้านสายตาว่ะ

11/04/2011

ดอกไม้บานใต้ลานดาว


โรแมนติก
โรแมนติกมาก
การเดินทางครั้งล่าที่ชื่อว่า “ดอกไม้บานใต้ลานดาว” คราวนี้อาจารย์ยงยุทธ พาคณะเราย้อนเวลากว่า 200 ล้านปีไปทำความรู้จักและชื่นชมธรรมชาติกันที่อีสาน

+++++++

โครงการชื่นชมหมู่ดาราทั้งนภาและปฐพี (นิเวศลานหินถิ่นอีสาน)
เมื่อ 430 ล้านปีก่อน ทะเลอีสานถูกปิดล้อมด้วย 2 จุลทวีป คือ อินโดจีน + ฉานไทย ส่งผลให้ทะเลถูกทับถมด้วยตะกอนจากขุนเขาที่ล้อมรอบ
จนกลายเป็นแผ่นหินทรายมหึมายกตัวขึ้นสูงเมื่อประมาณ 200 ล้านปี
เรียกแผ่นดินนี้ว่า ‘ที่ราบสูงอีสาน’
หลังจากนั้นมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ หลากหลายเข้ามาปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยมาจนถึงทุกวันนี้
การที่จะเข้าใจนิเวศของแผ่นดินอีสาน
เราสามารถเรียนรู้ถึงวิวัฒนาการของชีวิตที่บุกเบิกขึ้นมาบนแผ่นหิน
แล้วพัฒนาสังคมจนเกิดเป็นป่าใหญ่...

(รายละเอียดของทริป)

+++++++

ทริปนี้เราเริ่มมื้อเช้าแบบเบาๆ กันตามอัธยาศัยในตลาดวารินชำราบ ก่อนจะมุ่งหน้าไปพบกับความอัศจรรย์ของจักรวาลลานหินที่สามพันโบก

เย็นย่ำ เราดื่มด่ำพฤกษา เดินชมทุ่งดอกไม้ใบหญ้าบานบนลานหินบริเวณน้ำตกสร้อยสวรรค์ ที่ผาแต้ม

ผมชอบที่นี่ เพลิดเพลิน สวยงาม และอบอุ่นในอารมณ์
ไม่รู้เพราะแดดยามเย็นหรือดอกไม้กันแน่ ที่ละลายความเป็นชายขี้อายของผมไปเสียสิ้น ใจจึงอยากจะเดินไปจูงมือน้องสรัสจันทรกับสร้อยสุวรรณาออกมาเริงระบำกันท่ามกลางเหล่าผกามาศบนลานแห่งนั้น ด้วยติดใจในอาภรณ์ที่น้องทั้งสองเขาสวมใส่ ทั้งม่วงละไมตากับเหลืองอ่อนละมุนใจ

โอ่ย.. โมแรนติ๊กหลาย

ยัง ยังไม่พอเด๊ หากตกกลางคืนนั้นดูจะยิ่งโรแมนติกกว่าเด๊ล่ะ
โดยพร้อมเพรียง— คณะเราเอนกายลงนอนสดับฟังเรื่องราวเทพนิยายกรีกจากอาจารย์บนลานหินที่อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย เรื่องราวของกลุ่มดาวเปอร์ซิอุส, เซฟิอุส, เปกาซุส, แอนโดรเมดา และแคสซิโอเปีย

เรื่องเล่าจากอาจารย์จรรโลงเราและโลกเสมอ
ยังผลให้จิตใจสุขสว่างอิ่มเอมเบิกบาน
ผมพริ้มตาหลับไหลไปบนลานหินที่เบื้องบนมีแสงพราวของดวงดาวนับล้าน
และได้โปรด— กรุณาอย่าปลุก

10/26/2011

50/50

..เสียใจ คุณมาช้าไป 2 ปี
พ่อหนุ่มตรวจตั๋วเลือดหงส์ที่เฮ้าส์ราม่าบอกกับเราว่าอย่างนั้น
ค่ำนี้มีศึกวันแดงเดือดเลือดสาดระหว่างหงส์แดงและผีแดงบนเกาะอังกฤษโน่น แน่นอน ผมรู้ได้ไม่ยากจากการแต่งกาย

ความจริง เราสายกันไป 15 นาที ด้วยระบบขสมก. ซึ่งอยู่ในการคาดเดา เราก็ได้เผื่อใจกันไว้แต่แรกอยู่แล้ว แต่หนังของที่นี่นั้นฉายตรงเวลา ไม่มีมหากาพย์โฆษณาเยิ่นเย้อยืดเยื้อในช่วงต้นแต่อย่างใด และหนังเรื่อง One Day ที่เราตั้งใจจะไปดูกันก็ดำเนินเรื่องเป็นแต่ละปีๆ ในช่วงชีวิตของคู่พระนาง (เนื้อเรื่องโดยย่อกล่าวไว้แบบนั้น) เราจึงอาจจะปะติดปะต่อช่วงหัวละท้ายของเรื่องโดยรวมไม่ได้อย่างถูกต้องนัก นายตั๋วเลือดหงส์จึงไม่แนะนำให้เราไปเริ่มเรื่องกับในปีที่ 3 ในโรง -- ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

ดังนั้นเราจึงมองหาหนังเรื่องอื่นที่ยังอยู่ในโปรแกรมกันแทน
และ 50/50 (Fifty/Fifty) คือคำตอบสุดท้ายของเราในบ่ายนั้น

.........

มีคำกล่าวซับซ้อนซ่อนเงื่อนอยู่ประมาณว่า อะไรที่นอกเหนือการคาดหวังแล้วนั้น มักจะมาเหนือความคาดหมายเสมอ และร้อยทั้งร้อยจะเป็นไปในทางที่ดี (งงไหม-ซับซ้อนไป?-ไม่ใช่มะ)
หลังออกมาจากโรงผมกล้าพิมพ์บอกผ่านระบบโซเชียล เนตเวิร์กได้ทันทีเลยว่า 50/50 นั้นเป็นหนังที่ดูสนุกมาก หนังฟอร์มเล็กดีเยี่ยมของแท้ แต่ติดตรงที่ยังดันใช้โนเกียรุ่นตกพื้นหกครั้งไม่พังอยู่ จึงจำต้องสะกดอารมณ์พลุ่งพล่านนั้นไว้ก่อน ทำได้แต่ดุ่มเดินอย่างงุ่นง่านไปดูใบปิดหนังอย่างตั้งใจอีกที

หนังเล่าเกี่ยวกับการตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งของพระเอกโดยสุดวิสัย ทั้งที่ไม่ใช่คนสูบบุหรี่ขี้เหล้า แยกขยะในทุกครั้งที่ทิ้งและไม่เคยวิ่งจ็อกกิ้งฝ่าไฟแดง ชีวิตประจำวันอยู่ในครรลองของสังคมเสมอ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้รอดปลอดภัยหากเจ้าโรคร้ายที่ว่าจะแวะเวียนมาเคาะประตูเพรียกหา

โอกาสตายและหายมีอยู่ครึ่งต่อครึ่ง
ชีวิตที่เหลืออยู่จะวางแผนแบบไหน อย่างไร และกับใคร

มีหลายหลากแง่คิดที่ติดหัวออกมาจากโรง โดยเฉพาะกับเรื่องของไอ้เพื่อนตัวแสบของพระเอก มันทำให้ผมรู้แจ้งกระจ่างว่าความสัมพันธ์ของมิตรแท้นั้น 'ลึก' และ 'ซึ้ง' มาก หากเรามองออก มองเป็น ด้วยใจที่เย็นและกว้างพอ

อีกหนึ่งในไอ้ที่มันติดหัวผมออกมาจนต้องบอกเล่าสู่กันอีกต่อก็คือ
สำหรับใครก็ตามที่เชื่อ และมั่นใจว่าในช่วงที่เหลืออยู่ของชีวิตจะสามารถหยัดยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้โดยยึดมั่นหนักแน่นแล้วละก็ คุณยังมีเวลาและสิทธิลองคิดใหม่อีกที - ผมขอยกมือทัก
เพราะในยามเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาแล้วนั้น ไอ้การจะนั่งรอรถโดยสารกลับบ้านหลังออกจากโรงหมอเองคนเดียวมันคงไม่ใคร่สนุกนัก และอาจจะเป็นการรอคอยที่ยาวนานเกินไปกระมัง..

แต่ก็นั่นแหละ
โอกาสที่คุณจะคิดถูกกับสิ่งที่ผมบอกไปมันก็มีพอๆ กัน
คือ 50/50

10/25/2011

เรื่องทะเลนั้นพี่พอรู้...














นานโขอยู่กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างกับทริปจับ WOM ใส่กระด้ง
เป็นภารกิจของรุ่นพี่สินะ
ยอดเยี่่ยมจริงๆ กับคืนค่ำบนโต๊ะอาหารมหัศจรรย์ตัวนั้น
หรรษาแท้ ^_^

10/16/2011

แซว

“ตัวเท่าไหล่..”
ไม่ทันตั้งตัว ไหลบ่ามาเหมือนน้ำเหนือต้นตุลา— อยู่ๆ คุณนางหญิง เพื่อนซี้หุ่นระหงของฉันก็โพล่งขึ้นมาในตอนที่เรากำลังคุ้ยเลือกกองเสื้อยืดหลากสีราคาพิเศษตรายี่ห้อยูนิคุโละ (Uniqlo) ในกระบะ
เราแอบมุดเข้ามาในร้านหรูเปิดใหม่เอี่ยมอ่องร้านนี้ด้วยวิธีแอบอ้างว่าจะเอากางเกงเข้ามาเปลี่ยนไซส์ โดยไม่ให้พนักงานวัยละอ่อนเฝ้าประตูทางออกของที่นี่เอะใจ (เราเข้าร้านจากทางออก) และถึงจะเอะใจก็คงจับเราไม่ได้ไล่เราไม่ทันดอก เราไวกันยิ่งกว่าเสือชีตาร์กินยาม้าเสียอีก
แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้แค่มีความกล้าคงไม่เพียงพอ สำคัญกว่านั้นคือ ‘ใจ’ ต้องแมวด้วย แหม.. ก็แถวจากหน้าร้านยาวออกไปถึงหน้ากระทรวงยุติธรรมขนาดนั้น ใครจะบ้าไปต่อคิวล่ะ ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่
และพร้อมยอมเป็นแมวแทนที่จะเลือกเป็นพวกบ้าห้าร้อย

“ก็เขาเขียนบอกไว้ว่า 490 ไง”
ฉันตอบไปด้วยหารู้ไม่
พุดโธ่.. ใครจะไปตรัสรู้ล่ะว่าในคำถามของเธอสะกดด้วย ‘ล’ ลิง ไม่ใช่ ‘ร’ เรือ - กับคำว่า ‘ไหล่’

ห้าวิฯ ไม่ขาดไม่เกินจากนั้นนั่นแหละ ฉันถึงเพิ่งถึงบางอ้ออ๋อว่าคุณนางหญิงกำลังแซวถึงชายหนุ่มคนที่ฉันกำลังคบหาอยู่ เธอไปบังเอิญเจอกับตานั่นเข้าบนสถานีรถไฟลอยฟ้าสายสุขุมวิท

“..แต่ก็น่ารักดี”
ดีนะ ที่คุณเธฮยังอุตส่าห์กรุณาโยนถุงยังชีพถุงล็กๆ ให้ฉันพอประทังให้ความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนจะหยิบเอาเสื้อสีม่วงเข้มที่เธอถูกใจเดินกรีดกรายเฉิดฉายตรงไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์อีกด้านของร้าน

“อีบร้าา! คราวหลังเกริ่นนำหน้าหน่อยสิยะ! *&^$##^&)+$@!!!”
ฉันสาดคำด่าไล่หลังตามถังใหญ่ด้วยภาษาจีนกลางกวางตุ้ง หมั่นในไส้เล็กน้อย

กับเรื่องผู้ชาย— หล่อนรู้ว่าฉันยังอายและไม่เคยชิน
ชิ!!